เจาะประเด็น
Gaming
ค่ายหมวกเขียวส่งสัญญาณชัด: ยุคขุดตำนานเกมเก่ากลับมาสร้างรายได้เพิ่งเริ่มต้น
ยอดขายวันเดียวทะลุล้านของ Onimusha ไม่ใช่แค่ข่าวดี แต่คือใบเบิกทางให้แฟรนไชส์คลาสสิกตัวอื่นๆ กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าตัวเลขล้านก็อปปี้ในวันเดียวไม่ใช่เรื่องบังเอิญของเกมระดับตำนาน แล้วค่ายไหนจะเมินเงินก้อนนี้?
บอกตามตรง ผมไม่ได้คิดว่า Onimusha: Way of the Sword จะระเบิดแรงขนาดนี้ ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่การหยิบแฟรนไชส์เก่าๆ มาปัดฝุ่นขายความหลังให้คนแก่ๆ อย่างเราๆ ได้คิดถึงวันวานเท่านั้น แต่ปรากฏว่าคาโป้ง (Capcom) ทำยอดขายวันเดียวทะลุ 1 ล้านก๊อปปี้ได้จริงจัง และไม่ได้หยุดแค่นั้น พวกเขาสวนกลับมาด้วยการประกาศท่าทีชัดเจนว่าจะรื้อตำนานเกมเก่ากลับมาอีกเพียบ
ตัวเลขมันพูดเองได้หมดเลยครับ Onimusha: Way of the Sword คว้าเรตติ้งรีวิวบน Steam ไป 87% เป็นบวก และ Metascore แตะ 85 คะแนน ทั้งคำวิจารณ์และยอดขายไปด้วยกันได้แบบไม่มีสะดุด นี่คือเกมภาคหลักแรกของแฟรนไชส์นี้ในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ Dawn of Dreams วางขายเมื่อปี 2006
ฟังดูเผินๆ อาจเหมือนแค่ "เกมแก่กลับมาทำเงินได้อีกครั้ง" แต่มุมมองของผมมันลึกกว่านั้น นี่คือบทพิสูจน์ทางธุรกิจที่ชัดเจนที่สุดว่า ฐานแฟนเกมยุคเก่ายังอยู่ครบ และพร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์หวนคิดถึงอดีตโดยไม่ต้องคิดนาน
ในประกาศยืนยันตัวเลขยอดขาย คาโป้งพูดตรงๆ ว่าพวกเขา "กำลังโฟกัสกับการปลุกชีพ IP ที่ไม่ได้มีเกมภาคใหม่ออกมานาน" และจะ "ทำงานเพื่อเพิ่มมูลค่าองค์กรให้สูงสุดด้วยการใช้คอนเทนต์ที่มีอยู่มากมาย" ภาษาแบบนี้มันคือการยืนยันระดับนโยบายบริษัท ไม่ใช่แค่การทดลองตลาดขำๆ แล้วถ้าอ่านระหว่างบรรทัดให้ดี นี่คือการ์ดใบสำคัญที่คาโป้งเตรียมใช้วงกว้างกว่าเดิม
ที่ผ่านมาเราเห็นแนวโน้มการทำ Remake ของคาโป้งมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเรื่อง Resident Evil Code Veronica หรือ Resident Evil 1 ที่ถูกพูดถึงหนาหู แต่การประกาศครั้งนี้มันไปไกลกว่าแค่การรีเมค มันคือการเปิดประตูให้แฟรนไชส์คลาสสิกตัวอื่นๆ กลับมาในรูปแบบ "ภาคใหม่" ไม่ใช่แค่ยกเครื่องกราฟิกขายใหม่เท่านั้น
แล้วใครล่ะที่จะได้กลับมา? ผมมองว่าชื่อที่น่าจับตามองที่สุดตอนนี้คือ Marvel vs. Capcom และ Dead Rising เพราะทั้งคู่เป็นแฟรนไชส์ที่หยุดนิ่งมานานและมีฐานแฟนคลับหนาแน่นทั่วโลก ถ้าคาโป้งจริงจังกับนโยบายนี้จริง เราไม่ได้จะได้แค่เกมภาคใหม่ธรรมดา แต่จะได้เห็นการกลับมาของเอกลักษณ์การเล่นเกมแบบดั้งเดิมที่ค่ายอื่นทำไม่ได้ เพราะของแบบนี้มันต้องมี "DNA" ของค่ายอยู่จริง
ประเด็นสำคัญอีกอย่างที่คนมักมองข้ามคือเรื่องจังหวะเวลา คาโป้งไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้ตอนที่เกมใหม่ล้มเหลว แต่พูดตอนที่เกมประสบความสำเร็จสูงสุด นี่คือการประกาศจากจุดแข็ง ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีข้อมูลผู้เล่นจริงๆ หลักฐานยอดขายจริงๆ มาสนับสนุนการตัดสินใจ แล้วมันก็ทำให้การลงทุนครั้งต่อไปลดความเสี่ยงลงไปเยอะ
แถมตัวเลข 1 ล้านก๊อปปี้ในวันเดียวมันยังบอกอะไรอีกอย่างกับวงการ นั่นคือ "แฟรนไชส์เก่า" ไม่ได้แปลว่า "คนไม่สนใจ" เสมอไป ถ้าค่ายเกมรู้จักวิธีเล่าเรื่องและรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้ได้ ผู้เล่นรุ่นใหม่ก็พร้อมจะลองของที่เค้าไม่เคยสัมผัส และคนรุ่นเก่าก็พร้อมจะจ่ายเพื่อหวนคืนสู่ความทรงจำ
สิ่งที่คาโป้งทำตอนนี้คือการใช้ "ความคิดถึง" เป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่น เกมภาคเก่าๆ ที่เคยโด่งดังกลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่ามหาศาล และเมื่อบริษัทเริ่มตระหนักว่าคลังเกมเก่าของตัวเองคือเหมืองทองคำที่ยังไม่ได้ถูกขุด นั่นคือเวลาที่วงการเกมจะได้เห็นอะไรสนุกๆ เยอะขึ้น
ฟันธงได้เลยว่า Onimusha: Way of the Sword ไม่ใช่แค่การกลับมาของแฟรนไชส์เดียว แต่มันคือหมากตัวแรกของเกมกระดานที่คาโป้งเตรียมเดินยาว ถ้าเกมคลาสสิกที่เรารอคอยกลับมาอีกครั้งในคุณภาพแบบนี้ กระเป๋าเงินของเราเตรียมพร้อมรับมือได้เลย เพราะค่ายนี้เค้ารู้วิธีทำให้เราจ่ายเงินโดยไม่รู้สึกเสียดายจริงๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...