เจาะประเด็น
Mobile / Audio
POCO จับมือ Bose เปิดตัว F9 Ultra กับซับวูฟเฟอร์เรืองแสง เกมมิ่งโฟนที่กล้าท้าชนตลาดเรือธง
POCO ไม่ได้มาเล่นๆ กับรุ่นเรือธงปีนี้ เพราะจับมือ Bose ต่อเนื่องปีที่สอง พร้อมซับวูฟเฟอร์ในตัวที่ดึงดูดสายตามากกว่าความดัง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
โฟนเกมมิ่งที่ใส่ใจเรื่องเสียงมากกว่าหน้าจอและสเปก นี่คือสิ่งที่ POCO กำลังบอกเราว่าตลาดนี้ไม่ได้มีแค่ความแรงอย่างเดียว
เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่ POCO ไม่ได้แค่สเปกแรงเหมือนทุกปี แต่ปีนี้พวกเขาตัดสินใจเล่นเกมที่ต่างออกไป นั่นคือการทำเรื่อง "เสียง" ให้เป็นจุดขายหลักของเรือธงคู่ใหม่อย่าง F9 Pro และ F9 Ultra ด้วยการดึง Bose เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งบอกเลยว่านี่ไม่ใช่การจับมือแบบฉาบฉวยเพื่อเอาชื่อแบรนด์มาขึ้นสเปกชีท แต่คือการยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่หลายแบรนด์มองข้ามไป
จุดที่สะดุดตาที่สุดของรุ่น Ultra คงหนีไม่พ้นซับวูฟเฟอร์ในตัวที่มาพร้อมไฟเรืองแสง สิ่งนี้คือการยืนยันว่า POCO เข้าใจกลุ่มเป้าหมายของตัวเองดีว่า คนเล่นเกมไม่ได้อยากได้แค่เสียงดัง แต่ต้องการอารมณ์ร่วมและความเท่ในระหว่างเล่นด้วย มันคือรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้โฟนเครื่องนี้ไม่เหมือนใครในตลาด และเป็นสิ่งที่เรือธงแบรนด์อื่นไม่กล้าทำเพราะกลัวความเสี่ยง
ต้องเข้าใจก่อนว่าตลาดโฟนเกมมิ่งปีนี้แข่งขันกันดุเดือดมาก ทุกแบรนด์พยายามหาจุดขายที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่การชูสเปกจอ 144Hz หรือชิปแรงๆ อีกต่อไป เพราะของพวกนั้นมันกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว สิ่งที่ POCO ทำคือการมองหาจุดที่ยังไม่มีใครให้ความสำคัญจริงจัง และ "เสียง" ก็เป็นคำตอบนั้น การที่พวกเขาดึง Bose มาร่วมงานสองปีซ้อน แสดงให้เห็นว่าผลตอบรับจากรุ่นปีที่แล้วมันดีพอที่จะลงทุนต่อ และครั้งนี้พวกเขาใส่ของมาให้หนักกว่าเดิมด้วยซับวูฟเฟอร์ที่สั่นได้ถึงใจ
นอกจากเรื่องเสียงแล้ว F9 Ultra ยังมาพร้อมหน้าจอที่สว่างจนแทบไม่ต้องกลัวแดดตอนเล่นเกมกลางแจ้ง แบตเตอรี่ที่อึดจนลืมชาร์จ และที่สำคัญคือกล้องที่ POCO กล้าพูดว่านี่คือรุ่นที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยทำมา ซึ่งเป็นอะไรที่คนใช้ POCO รอคอยมานาน เพราะที่ผ่านมาค่ากล้องของแบรนด์นี้มักเป็นจุดที่ถูกติเสมอ การที่พวกเขายอมรับว่าปีนี้ปรับปรุงเรื่องนี้จริงจัง แปลว่าพวกเขาฟังเสียงติชมจากผู้ใช้ และพร้อมจะปิดจุดอ่อนที่ว่านี้
สิ่งที่ผมมองว่าเป็นหมากสำคัญของ POCO ในครั้งนี้คือการเลือกใช้ชื่อ "Ultra" ซึ่งปกติแล้วจะเป็นคำที่แบรนด์อื่นใช้กับรุ่นที่จัดเต็มทุกอย่าง แต่ POCO กลับเลือกที่จะเน้นเรื่องเสียงเป็นหลัก แล้วปล่อยให้สเปกอื่นๆ เป็นเพียงองค์ประกอบประกอบ การตัดสินใจแบบนี้มันทั้งเสี่ยงและกล้าหาญ เพราะถ้าซับวูฟเฟอร์ตัวนั้นทำงานไม่ได้ดีอย่างที่เคลมไว้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์จะเสียหายทันที แต่ถ้ามันเวิร์กจริง นี่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่แบรนด์อื่นต้องไล่ตาม
อีกมุมหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือเรื่องการตลาด การที่ POCO เลือกจับมือกับ Bose ซึ่งเป็นแบรนด์เสียงระดับโลก ไม่ใช่แค่การยืมหูฟังมาติดกล่อง แต่คือการสร้างเรื่องราวให้สินค้า มันทำให้คนที่ไม่ได้สนใจโฟนเกมมิ่งอยู่แล้วหันมามอง เพราะชื่อ Bose มันการันตีคุณภาพในเรื่องเสียงได้ในระดับหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่แบรนด์จีนหลายเจ้ายังทำไม่ได้ นั่นคือการสร้าง "ความเชื่อมั่น" ให้กับผู้ใช้ที่ไม่ได้ตามสเปกอย่างจริงจัง
ซับวูฟเฟอร์เรืองแสงในตัว
จุดขายหลักของรุ่น Ultra ที่มาพร้อมไฟเรืองแสง สร้างอารมณ์ร่วมในการเล่นเกมและฟังเพลง ไม่เหมือนใครในตลาด
หน้าจอสว่างเป็นพิเศษ
ความสว่างที่จัดเต็มขนาดเล่นเกมกลางแดดยังเห็นชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมเมอร์ที่ต้องออกนอกบ้านต้องการจริงๆ
กล้องที่ดีที่สุดเท่าที่ POCO เคยทำมา
การยอมรับว่าปรับปรุงเรื่องกล้องครั้งใหญ่ นี่คือการปิดจุดอ่อนที่ผู้ใช้ติมานาน และทำให้ F9 Ultra เป็นโฟนที่ครบเครื่องขึ้นจริงๆ
โดยรวมแล้ว F9 Ultra คือการตอบโจทย์คนที่อยากได้โฟนเครื่องเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือถ่ายรูป โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมเพิ่ม มันคือโฟนที่พยายามจะเป็น "ศูนย์รวมความบันเทิง" แบบพกพา และการที่ POCO กล้าทำในสิ่งที่แบรนด์อื่นไม่กล้า มันก็เป็นเสน่ห์ของแบรนด์นี้ที่ทำให้มีแฟนคลับเหนียวแน่นเสมอมา
ที่สำคัญคือเรื่องราคา ซึ่ง POCO ยังไม่ประกาศออกมา แต่ถ้าพวกเขายังคงคอนเซ็ปต์ "สเปกเรือธง ราคากลาง" ได้เหมือนเดิม นี่จะกลายเป็นตัวเกมเชนเจอร์ตัวจริงที่ทำให้คนต้องคิดหนักก่อนซื้อเรือธงแบรนด์อื่นแน่นอน เพราะในเมื่อมีตัวเลือกที่ถูกกว่าแต่ให้ประสบการณ์เสียงที่เหนือกว่า คำถามคือทำไมต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
POCO F9 Ultra ไม่ใช่แค่โฟนเกมมิ่งอีกหนึ่งรุ่น แต่มันคือการประกาศว่าตลาดนี้ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ใครที่คิดว่าเสียงเป็นเรื่องรองในโฟนเกมมิ่ง ขอบอกเลยว่าคุณกำลังตกเทรนด์ และ POCO คือคนที่ชี้ให้เห็นว่าจุดนั้นคืออนาคตของวงการนี้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...