อัปเดต
Tools
Gemini พาคุยภาษาธรรมชาติบุกหน้าจอ Apple CarPlay แล้ว
หลังจากปล่อยให้ฝั่ง Android ใช้ก่อนเป็นปี ตอนนี้ผู้ใช้ iPhone บนรถยนต์ก็จะได้คุยกับผู้ช่วยตัวเก่งแบบลื่นๆ บน Google Maps สักที
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อกำแพงค่ายมือถือเริ่มพังทลายลงเรื่อยๆ การที่เราสามารถใช้งานผู้ช่วย AI จากฝั่ง Google บนระบบของ Apple ได้อย่างราบรื่น อาจเป็นภาพสะท้อนอนาคตที่เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องเลือกข้างอีกต่อไป
จำความรู้สึกตอนที่ Google ส่ง Gemini ไปสิงอยู่ใน Android Auto เมื่อปีที่แล้วได้ป่ะ ตอนนั้นคนใช้ฝั่ง iPhone ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะโดนจำกัดให้ติดอยู่กับผู้ช่วยแบบเดิมๆ บนหน้าจอรถยนต์ แต่ล่าสุด Google ตัดสินใจขยายอาณาเขตความฉลาดนี้มาให้ผู้ใช้ Apple CarPlay ได้ใช้งานกันบ้างแล้ว
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเสียงสั่งการธรรมดา แต่เป็นการยกเอาความสามารถในการสนทนาภาษาธรรมชาติหรือ conversational Gemini มาไว้กลางระบบนำทางบนหน้าคอนโซลรถ ขับรถอยู่แล้วอยากเปลี่ยนแผนกระทันหัน หรือถามหาจุดแวะพักระหว่างทางแบบยาวๆ ก็คุยโต้ตอบกับระบบได้แบบไม่ต้องมาคอยท่องจำคำสั่งเป๊ะๆ อีกต่อไป
ตามกำหนดการที่ปล่อยออกมา ฟีเจอร์นี้เริ่มเปิดให้ไดรเวอร์ในสหรัฐอเมริกาได้ลองใช้กันก่อนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนคนไทยหรือประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น ทาง Google แอบกระซิบมาว่ากำลังอยู่ในช่วงทยอยปล่อยอัปเดตแบบทั่วโลกเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนสำหรับแต่ละภูมิภาค
เอาจริงๆ ถ้ามองย้อนกลับไป มันกินเวลาเกือบจะครบ 12 เต็มๆ เดือนเลยนะ กว่า Google จะยอมจูนระบบหลังบ้านให้ข้ามกำแพงมารันบนระบบของ Apple ได้สำเร็จ หลังจากที่เคยทิ้งช่วงให้ฝั่ง Android Auto ได้ใช้งานล่วงหน้าไปก่อนหน้านานพอสมควร
ความน่าสนใจคือการที่ผู้ใช้ iPhone ยอมเปิดใจรับบริการจากค่ายคู่แข่งเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างหน้าจอรถยนต์ มันบอกเรากลายๆ ว่าฟังก์ชันการใช้งานและการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันตอนนี้มันสำคัญเหนือกว่าเรื่องสงครามค่ายมือถือไปไกลแล้ว ใครทำของออกมาได้ตอบโจทย์กว่า คนก็พร้อมจะหยิบมาใช้
งานนี้คงต้องรอดูกันยาวๆ ว่าพอระบบนี้ปล่อยให้ใช้งานกันทั่วโลกจริงๆ แล้ว ฟีดแบ็กจากฝั่งคนใช้ Apple CarPlay จะออกมาเป็นยังไง จะลื่นไหลสะใจเท่าฝั่ง Android หรือจะมีอาการเอ๋อให้เห็นเวลาขับรถทางไกลหรือเปล่า
การที่ Gemini ข้ามฝั่งมาอยู่บน Apple CarPlay แสดงให้เห็นว่าความสะดวกสบายในการใช้งานจริงสำคัญกว่าสงครามแพลตฟอร์ม และเปิดทางให้คนขับรถทุกคนเข้าถึง AI ได้โดยไม่ต้องแคร์ว่าตัวเองถือมือถือค่ายไหน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...