เจาะประเด็น
AI
เพื่อนไม่ควรปล่อยให้เพื่อนเอาข้อมูลคนอื่นไปป้อนใส่สมองเอไอ
แกดเจ็ตยุคใหม่กำลังเปลี่ยนคนรอบตัวเราให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลฟรีแบบไม่รู้ตัว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อความสะดวกสบายของแชทบอทส่วนตัวแลกมาด้วยการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างที่เราลากเข้ามาเอี่ยวด้วยแบบหน้าตาเฉย
ชั่วโมงนี้เทรนด์แกดเจ็ตสายสอดส่องกำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ของพวกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแอบเก็บข้อมูลทุกอย่างรอบตัวคุณ ชนิดที่ว่าต่อให้คนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาจะไม่ได้ยินยอมด้วยเลยสักนิด เขาก็โดนจับตามองอยู่ดี
พอกระแสของเอไอผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Muse จากทาง Meta โผล่เข้ามาในตลาด เราเลยโดนขอร้องแกมบังคับกลายๆ ให้ยอมสละข้อมูลส่วนตัว แถมยังต้องพ่วงเอาเรื่องราวของคนรอบข้างไปฝากไว้กับระบบพวกนี้ด้วยแบบเนียนๆ
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ที่ผ่านมาเรามักจะกังวลเรื่องการให้ข้อมูลของเราเองกับบริษัทเทคโนโลยี แต่วันนี้มันลามไปไกลกว่านั้นแล้ว เพราะอุปกรณ์พวกนี้ไม่ได้สนใจหรอกว่าเสียงที่คุณคุย ใครเดินผ่าน หรือหน้าใครจะติดเข้าไปในเลนส์บ้าง
เมื่อก่อนเวลาเราซื้อกล้องหรืออุปกรณ์บันทึกภาพ เรายังพอรู้ตัวและระวังได้ แต่พอทุกอย่างมันกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใส่ติดตัวตลอดเวลา เส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวของเพื่อน ครอบครัว หรือคนแปลกหน้า ก็แทบจะพังทลายลงหมด
ที่น่าเจ็บใจคือบริษัทผู้สร้างมักจะขายฝันด้วยความสะดวกสบาย บอกว่าเอไอจะช่วยจำทุกอย่างแทนเรา ช่วยจัดการชีวิตให้ง่ายขึ้น แต่ลืมบอกไปว่าไอ้ความจำดีเป็นเลิศเนี่ย มันกินวัตถุดิบเป็นความเป็นส่วนตัวของคนอื่นที่เขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยเลย
เอาจริงๆ ถ้าเพื่อนสนิทคุณเริ่มหยิบอุปกรณ์พวกนี้ขึ้นมาอัดเสียงหรือเก็บข้อมูลทุกฝีก้าวตอนอยู่กับคุณ คุณคงต้องมานั่งคิดใหม่แล้วล่ะว่า เรายังจะกล้าคุยเรื่องส่วนตัวอะไรกันอีกไหมในยุคที่ทุกคำพูดกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้เอไอ
ความสะดวกที่ได้มาจากการสอดส่องคนรอบข้าง มันไม่ใช่ความล้ำแต่มันคือการเห็นแก่ตัวทางเทคโนโลยีที่พวกเราต้องช่วยกันเบรก
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...