เจาะประเด็น
Hardware / GPU
NVIDIA เตรียมสลับหัวใจ RTX 5070 ใช้ชิปใหญ่กว่าเดิม — สเปกเดิมแต่ได้ของดีกว่า?
ข่าวหลุดที่อาจฟังดูไม่ตื่นเต้น แต่เบื้องหลังคือกลยุทธ์จัดการซิลิคอนเหลือใช้ของ NVIDIA ที่ทำมานานแล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เคยสงสัยไหมว่าชิปที่ "สอบตก" จากโรงงานของ NVIDIA ไปไหน? คำตอบคือมันไม่ได้ถูกทิ้ง — มันถูกส่งมาเป็นการ์ดที่เราๆ ซื้อกันนี่แหละ
เรื่องนี้มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าใครไม่ตามวงการฮาร์ดแวร์อาจจะงงว่าทำไมจู่ๆ NVIDIA ถึงคิดจะเปลี่ยนชิปให้การ์ดรุ่นเดิมที่ขายอยู่แล้ว — ขอเล่าให้ฟังแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคยัดหัวจนมึน
ข้อมูลหลุดจาก leaker ชื่อ hongxing2020 บอกว่า NVIDIA กำลังเตรียม RTX 5070 เวอร์ชันใหม่ที่แกนกลางเป็นชิป GB203 ซึ่งเป็นชิปตัวใหญ่ที่ใช้ใน RTX 5070 Ti และ RTX 5080 แทนที่จะเป็น GB205 ที่ใช้อยู่ตอนนี้ ฟังดูผิวเผินเหมือนแค่สลับชิป แต่จริงๆ มันคือการบริหารซิลิคอนที่ชาญฉลาดมากๆ ต่างหาก
ขนาดชิปต่างกันเท่าไหร่? GB203 มีพื้นที่ 378 mm² ส่วน GB205 เล็กกว่าคือ 263 mm² — ใหญ่กว่าเกือบ 44% เลยนะ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ NVIDIA ทำแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ RTX 5060 ก็เคยมีข่าวว่าบางรุ่นที่วางขายจริงใช้ชิป GB206 ที่ถูกตัดสเปกลงมาให้เท่ากับรุ่นปกติ
คำถามคือทำไมต้องทำแบบนี้? คำตอบง่ายๆ คือเรื่องของคุณภาพชิปจากการผลิต (binning) ชิป GB203 ที่ผลิตออกมาแล้วไม่ได้คุณภาพพอจะไปเป็น RTX 5070 Ti หรือ RTX 5080 เต็มรูปแบบ — มีคอร์เสียบ้าง หน่วยความจำบางช่องใช้ไม่ได้บ้าง — แต่ยังทำงานได้ดีที่สเปกระดับ RTX 5070 การทิ้งชิปพวกนี้ไปก็เสียของ เอามาใช้ก็ได้กำไรเพิ่ม
ฟังดูดีใช่ไหม? ได้การ์ดรุ่นเดียวกันแต่ชิปใหญ่กว่า — หลายคนอาจคิดว่ามันเท่ดีหรือน่าจะแรงกว่า แต่ความจริงคือ NVIDIA จะทำการปิดคอร์ถึงเกือบ 43% ของ GB203 และปิดช่องหน่วยความจำ 2 ใน 8 ช่องเพื่อให้สเปกเท่ากับ RTX 5070 ปกติทุกประการ — CUDA cores 6,144 เท่าเดิม, VRAM 12GB GDDR7 เท่าเดิม, bus 192-bit เท่าเดิม เพราะฉะนั้นเรื่องประสิทธิภาพก็จะไม่ต่างจากเดิมที่ใช้ชิป GB205
จะบอกว่าผู้ซื้อได้อะไรพิเศษไหม? ก็ไม่เชิง — ได้แค่ความรู้สึกว่า "เออ เราได้ชิปที่ใหญ่กว่า" แต่ในแง่การใช้งานจริง ไม่มีอะไรเปลี่ยน ทั้งเรื่องความร้อนและพลังก็ไม่น่าต่างกัน เพราะสเปกมันถูกจำกัดไว้เท่าเดิมแล้ว
ตรงนี้แหละที่ผมอยากให้ทุกคนคิดตาม — NVIDIA ไม่ได้ทำเพื่อผู้บริโภค แต่ทำเพื่อลดต้นทุนการผลิตของตัวเอง ไหนๆ ชิปที่ "เกรดตก" ก็ขายเป็นรุ่นถูกไม่ได้อยู่แล้ว การหาทางระบายด้วยการทำเป็นรุ่นรองที่สเปกต่ำลงคือ win-win ของบริษัท แต่สำหรับคนซื้ออย่างเรา มันคือ win-win เหมือนกันนะ เพราะถ้า NVIDIA ไม่ทำแบบนี้ ราคา RTX 5070 ก็อาจสูงกว่านี้เพื่อชดเชยชิปที่ต้องทิ้ง
อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ leaker คนเดียวกันพูดถึงไดรเวอร์ใหม่ที่จะมาวันที่ 9 กันยายน ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับ SKU นี้หรือไม่ก็ได้ และยังไม่มีใครยืนยันจากทางผู้ผลิตการ์ด (board partners) ดังนั้นข่าวนี้ยังเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น — ต้องรอดูการ์ดที่วางขายจริงหรือรายการไดรเวอร์ยืนยันอีกที ใครที่กำลังจะซื้อ RTX 5070 ก็ไม่ต้องรอหรือกังวลอะไร เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานแม้แต่น้อย
ผมมองว่านี่คือการบริหารซิลิคอนอัจฉริยะที่ NVIDIA ทำมานานแล้ว และมันจะยิ่งเห็นบ่อยขึ้นในยุคที่ค่าผลิตชิปรุ่นใหม่แพงขึ้นทุกที — ผู้บริโภคอาจไม่ได้การ์ดที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลง และที่สำคัญคือราคาอาจไม่ต้องบานปลายเพราะต้นทุนที่ถูกทิ้ง — ฟังดูเหมือนเราได้ประโยชน์ แต่จริงๆ เขาได้กำไรจากของที่เคยเป็นขยะมากกว่า
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...