เจาะประเด็น
Linux / Hardware
ถึงเวลาแล้วที่ Mac ชิป M1-M3 จะได้ใช้ USB4/Thunderbolt เต็มรูปแบบบน Linux
ความฝันของการใช้ Mac บน Linux ที่ไม่ต้องง้อ macOS กำลังใกล้เป็นจริงมากขึ้นทุกที เมื่อพอร์ต USB-C ของคุณจะทำงานได้อย่างที่มันควรจะเป็น
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าไม่มีทีม Asahi Linux ต่อสู้กับฮาร์ดแวร์ Apple ทีละกระเบียดนิ้ว พวกเราคงไม่มีวันได้เห็นวันแบบนี้ — นี่คือตัวอย่างของชุมชนที่เข้มแข็งที่บริษัทใหญ่ๆ ควรจะรักและสนับสนุน ไม่ใช่กีดกัน
เราคงต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า การเอา Linux ไปลงบนเครื่อง Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยแม้แต่นาทีเดียว มันคือการต่อสู้กับบริษัทที่ไม่ได้อยากให้คุณทำแบบนั้นเลยสักนิด แต่ทีม Asahi Linux ก็ไม่เคยถอย พวกเขาสู้มานานหลายปี และตอนนี้กำลังจะได้ของรางวัลชิ้นใหญ่อีกชิ้น — การซัพพอร์ต USB4 และ Thunderbolt เต็มรูปแบบบนชิป M1, M2 และ M3
ข่าวนี้มาจากแพตช์ที่ถูกส่งขึ้นไปยังเมนไลน์เคอร์เนลของ Linux โดย Sven Peter หนึ่งในนักพัฒนาหลักของโปรเจกต์ Asahi ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เคยเป็นเพียงความฝันของคนบ้า Linux บน Mac กำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้
หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันสำคัญยังไง? ฟังนะ ทุกวันนี้พอร์ต USB-C บน Mac ของคุณเวลารัน Linux มันทำงานได้แค่ในระดับพื้นฐานสุดๆ คือเสียบเมาส์ คีย์บอร์ด หรือแฟลชไดรฟ์ธรรมดาๆ ก็พอไหว แต่ถ้าอยากต่อจอภาพ 4K/5K ความละเอียดสูง ต่อการ์ดจอภายนอก (eGPU) หรืออุปกรณ์ Thunderbolt ความเร็วสูงล่ะก็ บอกเลยว่า "ไม่ได้" เพราะไดรเวอร์มันไม่มี หรือมีก็ไม่สมบูรณ์ มันเหมือนคุณมีรถสปอร์ตแต่ขับได้แค่เกียร์หนึ่งเท่านั้นเอง
แก่นของแพตช์นี้คือการเพิ่มการซัพพอร์ต "ACIO" (Apple Converged I/O) ซึ่งเป็นบล็อกฮาร์ดแวร์ที่อยู่เบื้องหลังพอร์ต USB4 แต่ละพอร์ตบนเครื่อง Mac โดยภายในบล็อกนี้จะมีไมโครคอนโทรลเลอร์ Cortex-M3 ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ USB4 router ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่านักพัฒนาต้องทำความเข้าใจฮาร์ดแวร์ชิ้นนี้อย่างละเอียด เพื่อให้ Linux สามารถสื่อสารกับมันได้อย่างถูกต้อง — ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย
การที่แพตช์ชุดนี้ถูกส่งขึ้นไปยังเมนไลน์เคอร์เนล หมายความว่ามันจะถูกทดสอบและรีวิวโดยนักพัฒนาทั่วโลก ก่อนที่จะถูกรวมเข้าไปในเคอร์เนลเวอร์ชันถัดๆ ไป ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ จะได้ใช้ฟีเจอร์นี้จริงๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากที่มันถูกปล่อยออกมาเป็นเวอร์ชันเสถียร
แล้วมันดีกับใครบ้าง?
นักพัฒนาที่ใช้ Mac เป็นเครื่องหลักแต่ต้องทำงานกับเซิร์ฟเวอร์ Linux, คนที่อยากได้ Linux Desktop ที่เสถียรบนฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง, หรือแม้แต่คนที่แค่อยากทดลองอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องพึ่ง macOS
แล้วมันยังขาดอะไร?
นี่เป็นแค่ "initial support" หรือการซัพพอร์ตขั้นแรกเท่านั้น ฟีเจอร์บางอย่างเช่นการชาร์จผ่านพอร์ต หรือการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Thunderbolt บางรุ่นอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก
ต้องบอกว่าทีม Asahi Linux นี่คือหนึ่งในโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ผมให้ความเคารพมากที่สุดในตอนนี้ พวกเขาทำงานกันด้วยความมุ่งมั่นแบบสุดๆ ต่อสู้กับฮาร์ดแวร์ที่ปิดผนึกและไม่มีเอกสารอย่างเป็นทางการจาก Apple เลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยังไปได้เรื่อยๆ และทำได้ดีมากด้วย
ตรงนี้แหละที่ผมอยากจะด่า Apple สักหน่อย — คุณมีทรัพยากรมหาศาล มีนักพัฒนาระดับพระกาฬ แต่กลับไม่เคยคิดจะช่วยเหลือหรือสนับสนุนชุมชน Linux เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การเปิดซอร์สไดรเวอร์บางส่วนออกมาจะช่วยให้ระบบนิเวศโดยรวมดีขึ้นมาก แต่ไม่ พวกเขาเลือกที่จะปล่อยให้คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ต้องไปแกะดำๆ เอาเอง ซึ่งก็เป็นแบบนี้ทุกทีกับบริษัทที่ต้องการควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ
แพตช์นี้คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า Linux บน Apple Silicon ไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป มันคือทางเลือกที่จริงจังสำหรับคนที่อยากหนีจากวอลล์การ์เดนของ Apple และถึงแม้เส้นทางจะยังอีกยาวไกล แต่ทุกก้าวของ Asahi Linux คือการบอกกับโลกว่า "เราไม่ยอมแพ้แน่นอน"
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...