เจาะประเด็น
AI / Gen Z / Society
เด็กรุ่นใหม่เกลียดซีอีโอ AI ขนาดไหน? ถึงขั้นไม่เชื่อถือทุกคำพูดที่ออกจากปาก
ผลสำรวจชี้ชัด คนอายุต่ำกว่า 35 ไม่ไว้วางใจผู้บริหารบริษัท AI อย่างสุดขั้ว และนี่คือระเบิดเวลาที่วงการนี้กำลังเพิกเฉย
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นทั้งผู้ใช้และพนักงานในอนาคตไม่เชื่อหน้าคนนำวงการเลยสักนิด โปรโมตยังไงก็ไม่รอด — คำถามคือวงการ AI จะรับมือยังไงกับฝันร้ายนี้?
เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่มันไม่ได้มาจากการมโนของนักวิเคราะห์ แต่เป็นผลสำรวจที่มีตัวเลขชัดเจน จากรายงานของ Y Combinator (YC) ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้เอง บอกตรงๆ ว่าผมอ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันคือระเบิดเวลาที่วงการ AI กำลังนั่งเล่นอยู่บนนั้นแบบไม่รู้ตัว
แก่นของมันคือการสำรวจทัศนคติของคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ที่มีต่อซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท AI ชื่อดัง ซึ่งผลที่ออกมามันไม่ได้แค่ "ไม่ชอบ" หรือ "ไม่ปลื้ม" ธรรมดา แต่มันคือระดับ "ไม่ไว้วางใจขั้นสุดขั้ว" จนถึงขั้นที่ว่า ไม่ว่าคนเหล่านี้จะออกมาพูดอะไร ต่อให้เป็นเรื่องดีแค่ไหน คนรุ่นใหม่ก็จะตั้งกำแพงขึ้นมาใส่ไว้ก่อนเสมอ
ทีนี้มาดูกันว่ามันรุนแรงแค่ไหน? จากตัวเลขในรายงานบอกชัดเจนว่า คนอายุน้อยกว่ามีแนวโน้มจะมองผู้บริหารเหล่านี้ในแง่ลบมากกว่าคนอายุเยอะมากๆ อย่างมีนัยสำคัญ มันแทบจะเป็นเส้นกราฟที่ไล่ระดับกันเลยทีเดียว ยิ่งอายุน้อยเท่าไหร่ ยิ่งเกลียดมากเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้มันไม่ได้กระทบแค่ "ภาพลักษณ์" ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่กำลังกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี AI ทั้งอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กัน
สิ่งที่น่าสนใจคือรายงานชิ้นนี้มาจาก Y Combinator ซึ่งเป็นสถาบันที่หลายคนมองว่าเป็น "ศูนย์กลาง" ของวงการสตาร์ทอัพเทคโนโลยีโลก แปลว่าคนทำรายงานเขาก็อยู่ในวงการนี้แหละ ไม่ใช่คนนอกที่มานั่งจ้องจับผิด แต่เขากลับเลือกที่จะชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่นี้ด้วยตัวเอง มันยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องนี้มันจริงจังขนาดไหน
ต้นตอของความไม่พอใจมันมีหลายปัจจัยผสมกัน บางส่วนมาจากการที่บริษัท AI ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการเติบโตและการแย่งชิงความเป็นหนึ่งมากกว่าความปลอดภัย บางส่วนมาจากพฤติกรรมของซีอีโอเองที่ออกมาพูดจาแรงๆ หรือทำท่าทีเหมือนมองคนทั่วไปเป็นแค่ "ผู้ถูกทดลอง" และส่วนสำคัญคือความรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้มีอำนาจมากเกินไปแต่แทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยต่อสังคม
ฟังดูเหมือนไกลตัวใช่ไหม? แต่ลองคิดดูดีๆ แล้วมันกระทบเราทุกคนแน่นอน คนรุ่นใหม่คือทั้ง "ผู้ใช้" ในวันนี้ และ "พนักงาน/ผู้บริโภคหลัก" ในวันหน้า ถ้าความเชื่อใจมันพังตั้งแต่ตอนนี้ ปัญหามันจะไม่ได้จบแค่คนไม่ซื้อสินค้า แต่มันจะลามไปถึงเรื่องการยอมรับเทคโนโลยี การออกกฎหมายกำกับดูแล และการดึงคนเก่งๆ เข้ามาร่วมงานกับวงการนี้ในอนาคต
ผมมองว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการสื่อสารและความจริงใจต่างหากล่ะ การที่บริษัท AI จะอยู่รอดได้ในระยะยาว พวกเขาต้องเลิกทำตัวเป็น "เทพเจ้า" ที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง แล้วหันมาลงมาเจอผู้คนจริงๆ ฟังความกลัว และตอบคำถามยากๆ แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ตอบแบบเลี่ยงๆ หรือมองว่าคนที่กังวลเป็นพวกขวางโลก
ความเชื่อใจที่แตกร้าว
คนรุ่นใหม่แทบจะไม่เชื่ออะไรที่ซีอีโอ AI พูดออกมาเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยหรือวิสัยทัศน์ในอนาคต เพราะมองว่าเป็นแค่ "วาทกรรม" เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท
ช่องว่างระหว่างวัยที่ถ่างกว้าง
ยิ่งอายุน้อย ยิ่งมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้บริหาร AI มากเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากคนรุ่นเก่าที่อาจจะมองข้ามหรือไม่เห็นความสำคัญของปัญหาในจุดนี้
วิกฤตศรัทธาที่จะตามมา
ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่ไว้ใจคนนำวงการ การพัฒนา AI ในระยะยาวจะเจออุปสรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยอมรับในสังคม หรือการผลักดันนโยบายต่างๆ
จริงๆ แล้วมันก็เหมือนกับที่เพื่อนๆ พิมพ์คุยกันในแชทนั่นแหละ เวลาเห็นข่าวซีอีโอ AI คนไหนออกมาพูดเรื่อง "AI จะทำให้โลกดีขึ้น" คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะรู้สึกแบบ "เออ รู้แล้ว พูดมาแล้ว พิสูจน์ให้เห็นหน่อยสิ" ความรู้สึกแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความเชื่อแบบผิดๆ แต่เกิดจากประสบการณ์ที่ถูกตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าคำพูดกับสิ่งที่ทำจริงมันคนละเรื่องกัน
ฟันธงเลยว่า นี่คือวิกฤตความเชื่อใจครั้งใหญ่ที่สุดของวงการ AI เทคโนโลยีจะล้ำหน้าแค่ไหน แต่ถ้าคนรุ่นใหม่ซึ่งคืออนาคตของโลกไม่ซื้อใจ ความสำเร็จที่วาดฝันไว้ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นจริง พวกเขาต้องเลิกมองคนรุ่นใหม่เป็นแค่ "กลุ่มเป้าหมาย" แล้วหันมาฟังเสียงจริงๆ ก่อนที่จะสายเกินไป
ที่มา: Futurism — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...