Simon Willison's Weblog เมื่อสักครู่ video_ai AI Generated

จับสมองกล AI ยัดเกมตลับยุค 8 บิตเข้าไปวิ่งเล่นข้างในน้ำหนักโมเดล

Simon Willison's Weblog 31 Oct 2026
94
0
100
1 16m



เจาะประเด็น
AI / Hardware


จับสมองกล AI ยัดเกมตลับยุค 8 บิตเข้าไปวิ่งเล่นข้างในน้ำหนักโมเดล



เมื่อนักพัฒนาเอาอีมูเลเตอร์ซีพียูเกมคอนโซลโบราณไปฝังไว้ในเน็ตเวิร์กของโมเดลภาษาขนาดเล็กจนเล่นมาริโอได้จริง แม้จะเต่าคลานก็ตาม




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



บางทีขีดจำกัดของเทคโนโลยีไม่ได้เกิดจากความจำเป็น แต่มันเกิดขึ้นเพราะมีคนว่างพอจะลุกขึ้นมาทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้นี่แหละ




เรื่องราวแปลกประหลาดนี้เริ่มต้นขึ้นจากแรงบันดาลใจล้วนๆ เมื่อ Drew Breunig นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากลองของตามรอยโปรเจกต์ qwenputer ของ Divyansh Agrawal เขาเลยจัดการฝังอีมูเลเตอร์สำหรับจำลองการทำงานของซีพียู 6502 จากเครื่องเกมคอนโซลยุคโบราณ ลงไปในพารามิเตอร์น้ำหนักของโมเดล Qwen3.5-4B ซะเลย ผลลัพธ์ที่ได้คือตอนนี้เราสามารถรันรอมเกมอย่าง Super Mario Bros วิ่งอยู่ข้างในสมองกลปัญญาประดิษฐ์ได้จริงๆ แม้ว่าความเร็วในการเล่นมันจะช้าแบบเต่าคลานก็ตามที



ไอเดียนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ในหัว แต่มีที่มาที่ไปจากการที่เจ้าตัวไปปิ๊งไอเดียมาจากบทความของ Divyansh Agrawal ก่อนจะลองสั่งการโมเดลตัวช่วยอย่าง Opus ให้ช่วยคิดต่อว่า ถ้าเราจะจำลองชิปและแรมของเครื่องเกมรุ่นเก๋าด้วยวิธีนี้ มันจะเป็นไปได้ไหม ขนาดโมเดลต้องใหญ่แค่ไหน หรือถ้าใช้โมเดลตัวเล็กที่ไวกว่า จะรีดความเร็วให้เท่ากับความเร็วนาฬิกามาตรฐานของเครื่องจริงๆ ได้หรือเปล่า



ความพีคคือทางฝั่งผู้ช่วย AI อย่าง Opus ดันไปขุดคุ้ยเอาชุดทดสอบมาตรฐานของซีพียูตัวนี้ที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้วโดย Christopher Pow เอามาใช้ประกอบร่างในการสร้างระบบนี้ขึ้นมาด้วย เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยุคปัจจุบันกับซากฟอสซิลทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง



ในกระดานสนทนาบนเว็บไซต์ Hacker News เจ้าตัวยอมรับตรงๆ เลยว่า จุดประสงค์หลักไม่ได้ทำเพื่อความยิ่งใหญ่อะไรทั้งสิ้น แค่คิดว่ามันน่าสนุกดีเท่านั้นเอง ต่อให้มันจะรันช้าเป็นเรือเกลือก็ไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือการได้ครอบครองไฟล์น้ำหนักโมเดลพร้อมกับเครื่องมือคอมมานด์ไลน์เพื่อเอาไว้รันมัน และชี้เป้าให้มันโหลดไฟล์เกมรอมเข้าสู่วิ่งเล่นได้ แค่นั้นก็ฟินแล้วสำหรับคนสายฮาร์ดคอร์



อันนี้คือความน่าสนใจในเชิงเทคนิคที่บอกให้รู้ว่า น้ำหนักของโมเดลภาษาไม่ได้มีไว้แค่จำภาษาหรือตอบคำถามทั่วไปเท่านั้น แต่มันมีความยืดหยุ่นสูงมากจนสามารถจำลองตรรกะระดับฮาร์ดแวร์ลงไปฝังไว้ข้างในได้ ถึงแม้ในแง่การใช้งานจริงมันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยในเชิงพาณิชย์ แต่มันเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่าโครงข่ายประสาทเทียมสามารถทำอะไรที่พิสดารได้มากกว่าที่เราคิด



โลกของโอเพนซอร์สและแวดวงนักพัฒนาชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว การทดลองอะไรเพี้ยนๆ แบบนี้แหละที่มักจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสถาปัตยกรรมโมเดลขนาดใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าอีกหน่อยเราอาจจะได้เห็นคนเอาเกมวินเทจมายัดลงโมเดลจิ๋ว แล้วรันบนมือถือแบบลื่นๆ ก็เป็นได้



💡

นี่คือหลักฐานชั้นดีว่าความอยากรู้อยากเห็นไร้สาระของโปรแกรมเมอร์ มักจะกลายเป็นความเจ๋งที่คาดไม่ถึงเสมอในโลกเทคโนโลยี



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#qwen #emu #retro

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 0

กำลังโหลดความคิดเห็น...