เจาะประเด็น
Environment / Policy
กำแพงโง่ๆ ของทรัมป์กำลังฆ่าต้นไม้เก่าแก่ 200 ปี กับวิถีชีวิตที่ไม่ได้มีแค่เรื่องคน
นโยบายที่อ้างว่า "ปกป้องประเทศ" กำลังทำลายธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่นที่อยู่มานานกว่ารัฐนี้จะถือกำเนิดด้วยซ้ำ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เรามัวเถียงกันเรื่อง "ความมั่นคง" แต่ลืมถามไปว่าเรากำลังจะเสียอะไรไปบ้างเพื่อแลกกับมัน
ห่างจากเมืองเหมืองร้างอย่างพาทาโกเนีย รัฐแอริโซนา ลงไปทางใต้ประมาณ 22 ไมล์ ต้องลุยถนนลูกรังคดเคี้ยวผ่านทุ่งหญ้าที่วัวควายเดินหากินอิสระ คุณจะเจอต้นฝ้ายอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี ยืนต้นตระหง่านอยู่กลางหุบเขา
ชาวบ้านแถบนั้นเรียกมันว่า "ต้นย่า" (grandmother tree) มันคือพยานเงียบๆ ของยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านมานับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ มันกำลังจะตาย
ไม่ใช่เพราะโรคระบาด ไม่ใช่เพราะภัยแล้งตามธรรมชาติ แต่เพราะกำแพงชายแดนสุด "อัจฉริยะ" ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังสร้างผ่านพื้นที่นี้โดยตรง
เรื่องมันไม่ได้ซับซ้อนเลย กำแพงไม่ได้แค่กั้นคน มันกั้นทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงเส้นทางน้ำใต้ดินและระบบนิเวศที่ต้นไม้ใหญ่พึ่งพามานานนับศตวรรษ การขุดเจาะและปรับพื้นที่เพื่อปักเสาเหล็กขนาดยักษ์กำลังตัดรากและเบี่ยงเบนความชื้นที่เคยหล่อเลี้ยงต้นไม้ จนตอนนี้ "ต้นย่า" เริ่มแสดงอาการเครียดชัดเจน ใบเหลือง กิ่งแห้ง — เหมือนคนแก่ที่ถูกบีบให้อดน้ำอดอาหาร
ประเด็นคือ มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ต้นหนึ่ง มันคือสัญลักษณ์ของความโง่เขลาด้านสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่า "ความมั่นคงชาติ"
คนที่เถียงแทนกำแพงชอบพูดว่า "แลกกับความปลอดภัยของประเทศ" แต่ลองมองให้ลึกลงไปสิครับ — สิ่งที่กำลังถูกทำลายไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่คือวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองและชาวไร่ชาวนาที่อยู่กับผืนดินนี้มานาน ระบบนิเวศทั้งหุบเขากำลังถูกฉีกออกเป็นสองซีก สัตว์ป่าที่เคยเดินข้ามไปมาหากินก็ติดอยู่กับที่ ประชากรจะค่อยๆ เบาบางลงและตายไปในที่สุด
นี่คือ "ความมั่นคง" แบบไหนกัน? ประเทศที่ปลอดภัยแต่แลกมาด้วยการฆ่าธรรมชาติและรากเหง้าของตัวเองแบบนี้ มันคุ้มหรือ?
ระบบนิเวศพัง
กำแพงตัดเส้นทางอพยพของสัตว์ป่า ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
มรดกวัฒนธรรมถูกทำลาย
พื้นที่หลายจุดเป็นที่ดินศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมือง การขุดเจาะและการสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่เป็นการลบประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถสร้างใหม่ได้
ต้นทุนที่ไม่มีวันคืน
ต้นไม้อายุ 200 ปีใช้เวลาเติบโตสองศตวรรษ แต่กำแพงใช้เวลาไม่กี่ปีในการฆ่ามัน — ตัวเลขนี้มันชัดเจนอยู่แล้วว่าใครโง่กว่า
สิ่งที่ตลกร้ายที่สุดคือ กำแพงนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเชิงปฏิบัติจริง งบประมาณมหาศาลที่ทุ่มไปกับการสร้างโครงสร้างเหล็กที่ทั้งแพง ทั้งไร้ประสิทธิภาพ ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถปีนข้ามหรือเจาะทะลุได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่มันกลับสร้างความเสียหายถาวรให้กับธรรมชาติที่ฟื้นฟูไม่ได้จริงๆ
นโยบายที่ "โง่" ไม่ใช่แค่ไร้เหตุผล แต่มันคือการทำลายล้างสิ่งที่เราควรปกป้องที่สุด
สรุปให้ฟังแบบไม่ต้องเกรงใจ — กำแพงทรัมป์ไม่ใช่แค่โครงการที่สิ้นเปลืองงบประมาณ มันคือการฆ่าต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่มานานกว่ารัฐนี้ด้วยซ้ำ ถ้าเรายอมปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งคำถาม เราก็กำลังยอมรับว่าความกลัวมันแพงกว่าชีวิตจริงๆ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...