เจาะประเด็น
Hardware
เครื่องมือใหม่ปลดล็อกพลังการ์ดจอ GeForce ให้แรงสะใจบน Windows
สายม็อดจัดให้ ปลดล็อกข้อจำกัด Tensor Core บนการ์ดจอ RTX สามรุ่นรวดโดยไม่ต้องแฟลช VBIOS ให้เสี่ยงพัง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อฮาร์ดแวร์ข้างในทำได้มากกว่าที่ค่ายเขียวขีดเส้นไว้ ม็อดเดอร์เลยต้องลุกขึ้นมาจัดการปลดโซ่ตรวนนี้ด้วยตัวเอง
เรื่องชิปเซตกับการกั๊กสเปกนี่มันเป็นของคู่กันมานานแล้ว ปรกติค่ายเขียวเขาก็ชอบทำซิลิคอนตัวเดียวกันเป๊ะๆ แต่ไปล็อกความเร็วฝั่งการคำนวณ Tensor Core บนการ์ดเกมเมอร์สาย GeForce ให้ทำงานแค่ครึ่งเดียว เพื่อดันให้คนที่มีงานเฉพาะทางต้องยอมควักกระเป๋าซื้อการ์ดจอสายโปรราคาแพงกว่าหลายเท่า แต่ล่าสุดมีคนไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแล้ว
หลังจากสัปดาห์ก่อนเพิ่งมีข่าวว่าสายม็อดค้นพบวิธีเบิ้ลประสิทธิภาพ Tensor Core บนการ์ดจอ RTX ซีรีส์ 20, 30 และ 40 แต่ตอนนั้นมันดันรันได้เฉพาะบน Linux เท่านั้น คนใช้ Windows อย่างเราๆ เลยได้แต่มองตาปริบๆ และอิจฉาตาร้อนกันไปตามระเบียบ
แต่ล่าสุดเรื่องนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อม็อดเดอร์ฝั่งจีนชื่อ physicsdolphin ปล่อยเครื่องมือตัวใหม่ที่ชื่อว่า nv-uefi-unlocker ออกมาคราวนี้คือทำมาให้ชาว Windows ได้ใช้กันแบบเต็มๆ โดยไม่ต้องไปยุ่งกับการแฟลช VBIOS ให้การ์ดจอเสี่ยงพังคามือแต่อย่างใด
ความแจ๋วของเครื่องมือตัวนี้คือมันเข้าไปปลดล็อกข้อจำกัดตั้งแต่ก่อนที่ไดรเวอร์จะโหลดเสียอีก พูดง่ายๆ คือจัดการเคลียร์ทางให้ชิปมันปล่อยพลังดิบออกมาได้ตั้งแต่ขั้นตอนบูตเครื่องเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้เคยมีคนพยายามพอร์ตมาลง Windows เหมือนกัน แต่มันใช้ได้กับ RTX 3090 แค่บางรุ่นเท่านั้น ต่างจากตัวนี้ที่ครอบคลุมการใช้งานถึงสามรุ่นใหญ่ๆ
พอลองเทสดูจริงๆ จังๆ ตัวเลขที่ออกมาคือก้าวกระโดดแบบเห็นได้ชัด มีผู้ใช้อคนหนึ่งลองเอา RTX 4070 Ti Super ไปรัน ปรากฏว่าคะแนนพุ่งจาก 57 ไปแตะ 150 TFLOPS ในโหมด FP16 หรือคิดเป็นเกือบๆ 2.6 เท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนการ์ดรุ่นเก๋ากึ๊กอย่าง RTX 2070 ก็กระโดดจาก 36 ไปแถวๆ 60 กว่า TFLOPS เหมือนกัน
แต่บอกไว้ก่อนว่าของฟรีและดีไม่มีในโลก ความแรงที่เพิ่มขึ้นมามันไม่ได้มาฟรีๆ เพราะพลังงานที่กินก็กระโดดตามไปด้วย อย่างตัวการ์ดที่เทสไปเมื่อกี้ กินไฟเพิ่มขึ้นจาก 227 วัตต์ ไปปริ่มๆ 292 วัตต์เลยทีเดียว แถมไม่ใช่ว่าการ์ดทุกตัวจะเสียบแล้วจบ ใครใช้ตระกูล RTX 20 ต้องไปเปิดโหมด GSP firmware ก่อน ส่วนซีรีส์ล่าสุดอย่าง RTX 50 อันนี้ยังไม่รองรับนะจ๊ะ
แถมอีกเรื่องที่น่าปวดหัวคือ ตัวปลดล็อกนี้มันจะรีเซ็ตตัวเองทุกครั้งที่เราปิดเครื่อง แปลว่าเวลาเปิดคอมใหม่ทีไร ต้องรันผ่านแฟลชไดรฟ์ทุกครั้งไป และที่สำคัญคือเราต้องปิด Secure Boot หรือไม่ก็ต้องฝังใบรับรองตัวเอง ซึ่งตรงนี้แหละที่จะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเกมเมอร์ เพราะเกมส่วนใหญ่ที่มีระบบป้องกันการโกงโหดๆ มันบังคับเปิด Secure Boot ไว้ตลอดเวลา
เครื่องมือนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าฮาร์ดแวร์มันทำได้มากกว่าที่เห็น แต่วิธีใช้งานจริงยังยุ่งยากและมีข้อแลกเปลี่ยนเยอะเกินไปสำหรับเกมเมอร์ทั่วไป คงเหมาะกับสายทดลองมากกว่าจะเอามาใช้ยาวๆ ในชีวิตประจำวัน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...