วิเคราะห์เจาะลึก
Hardware
ไมโครซอฟท์อาจต้องลดสเปก Surface จอสิบสองนิ้วเพื่อสู้ศึกราคา
เมื่อฝั่งคู่แข่งเปิดราคามาสะเทือนวงการ ทำให้พี่ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ต้องทบทวนสเปกและชิปเซ็ตใหม่หมดจด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อช่องว่างของราคามันห่างกันเกินไป เกมนี้ไมโครซอฟท์จึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป
ข่าวลือสะเทือนวงการฮาร์ดแวร์รอบนี้บอกว่าไมโครซอฟท์กำลังกุมขมับ เพราะ Surface รุ่นประหยัดจอสิบสองนิ้วที่เพิ่งทำออกมา อาจจะต้องถูกรื้อสเปกใหม่ยกแผงเพื่อกดราคาลงมาให้สู้กับชาวบ้านเขาได้ หลังจากปล่อยให้ฝั่งแอปเปิ้ลทำราคาเปิดตัวฉีกหนีไปไกล
ข้อมูลจากห่วงโซ่อุปทานที่หลุดออกมาผ่าน DigiTimes เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังนั่งเช็กลิสต์สเปกของ Surface รุ่นเริ่มต้นกันใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำ กล้อง แบตเตอรี่ ไปจนถึงตัวบอดี้เครื่อง เรียกว่าถ้าลดต้นทุนตรงไหนได้ เอาหมด เพื่อความอยู่รอดในตลาดแล็ปท็อปพกพาระดับเริ่มต้นที่ตอนนี้เดือดพล่านกว่าเดิมเยอะ
ต้นตอของเรื่องนี้มันมาจากเรื่องของตัวเลขราคาล้วนๆ ครับ Surface Pro จอสิบสองนิ้วรุ่นล่าสุดที่เพิ่งอัปเกรดไปใช้ชิป Snapdragon X2 Plus ดันเปิดราคาเริ่มต้นโดดไปที่พันหนึ่งร้อยกว่าเหรียญแถมตัดรุ่นแรมแปดกิกะไบต์ทิ้งไปอีก ต่างจากฝั่งแมคบุ๊คนีโอที่เปิดราคาเริ่มต้นมาแค่ห้าร้อยกว่าเหรียญ แม้จะปรับราคาขึ้นมาทีหลังเพราะค่าแรม ก็ยังถูกกว่ากันแบบคนละเบอร์
ความน่าสนใจมันไม่ได้อยู่แค่เรื่องลดสเปกเพื่อลดต้นทุน แต่มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าไมโครซอฟท์กำลังมองหาทางเลือกอื่นเรื่องหน่วยประมวลผลด้วย โดยมีชื่อของชิป Arm จากเอเอ็มดีโผล่เข้ามาอยู่ในลิสต์ที่อาจจะเอามาใช้กับไลน์อัพ Surface ในอนาคตอันใกล้นี้
ชิปตัวที่ตกเป็นข่าวคือรหัส Sound Wave ซึ่งเป็นชิปประเภท Arm APU ที่เคยโผล่มาตามเอกสารการขนส่งสินค้าก่อนหน้านี้ สเปกคร่าวๆ ที่หลุดมาคือมีคอร์ประหยัดพลังงานกับคอร์ประสิทธิภาพรวมกันหกคอร์ พร้อมกราฟิก RDNA สามจุดห้า และกินไฟต่ำมากๆ อยู่ในช่วงห้าถึงสิบวัตต์เท่านั้น
ถึงแม้ว่าทั้งหมดนี้จะยังเป็นแค่ข่าววงในที่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากปากของทั้งไมโครซอฟท์และเอเอ็มดี แถมท้ายที่สุดแล้วไมโครซอฟท์จะเลือกใช้ชิปจากฝั่งควอลคอมม์ต่อเหมือนเดิมก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าตลาดนี้ไม่มีที่ยืนให้คนขายของแพงเกินจริงอีกต่อไปแล้ว
เมื่อราคาตลาดบังคับให้ยักษ์ใหญ่ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง การปรับลดสเปกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขต้นทุน แต่เป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในเกมที่ไมโครซอฟท์พลาดไม่ได้เด็ดขาด
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...