เจาะประเด็น
Linux / Gaming
หัวใจหลักของ Linux 7.3 คือทำให้เครื่องกากๆ เล่นเกมลื่นขึ้นแบบไม่ต้องซื้อการ์ดจอใหม่
การปรับตารางเวลาซีพียูครั้งนี้ ไม่ใช่ข่าวอัปเดตจุกจิก แต่คือการปลดล็อกศักยภาพของฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าให้คืนชีพอีกครั้ง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าซอฟต์แวร์ฉลาดพอ ฮาร์ดแวร์เก่าไม่จำเป็นต้องถูกทิ้ง—คำถามคือค่ายอื่นจะทำตามไหม
เราฟังคำว่า "การปรับปรุงประสิทธิภาพ" จากระบบปฏิบัติการมานับครั้งไม่ถ้วน จนชาชินไปแล้วใช่ไหม? ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่การปรับจูนเล็กน้อยที่แทบไม่รู้สึก แต่ครั้งนี้มันคนละเรื่องเลยครับเพื่อนๆ
Linux Kernel 7.3 กำลังจะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตัว scheduler หรือตัวจัดการตารางเวลาการทำงานของซีพียู ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมามันไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ บนกระดาษ แต่คือ FPS ที่พุ่งขึ้นจริงในการเล่นเกมบนฮาร์ดแวร์ระดับล่าง ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ข้อมูลมันชัดเจนขนาดนี้
ต้องเล่าย้อนให้ฟังหน่อยว่า scheduler คืออะไร มันคือสมองส่วนที่คอยตัดสินใจว่าซีพียูแต่ละแกนควรจะทำงานอะไรตอนไหน ถ้าสมองส่วนนี้ฉลาด งานทุกอย่างก็จะลื่นไหล แต่ถ้าโง่เมื่อไหร่ แม้แต่เครื่องสเปกเทพก็อาจจะกระตุกได้ และที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ของ Linux บนเครื่องที่ใช้ซีพียูแบบผสม (asymmetric CPU) อย่าง Intel ที่มีทั้ง P-Core แรงๆ และ E-Core ประหยัดพลังงาน คือ scheduler มักจะจัดสรรงานได้มั่วซั่ว เอางานหนักไปลงแกนประหยัดพลังงาน แล้วเอางานเบามาใส่แกนแรง ซึ่งมันคือสูตรแห่งความหายนะ
ตัวเลขที่ทีมพัฒนาเอามาโชว์มันเด็ดมาก ลองนึกภาพตามนะครับ เขาเอาเครื่องเก๋ายุคโบราณอย่าง Intel Core i7-2600K (ซีพียูอายุ 13 ปี!) มาจับคู่กับ AMD Radeon RX 580 แล้วรันเกม Shadows Awakening ผ่าน GOG และ GE-Proton ผลปรากฏว่าเฟรมเรตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 25% แต่ที่โคตรจะเด็ดคือค่า 1% Low FPS ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าช่วงที่เฟรมตกหนักสุดมันต่ำแค่ไหน กระโดดจาก 4.0 ไปที่ 29.0 ไปเลยครับ นั่นคือดีขึ้น 7.25 เท่า แปลว่าอาการกระตุกจนเล่นไม่ได้หายไปเกือบหมดแล้ว
อีกจุดที่น่าสนใจคือ frame time หรือเวลาที่ใช้ในการสร้างแต่ละเฟรม ดีขึ้นถึง 50% ซึ่งอันนี้สำคัญกว่าค่า FPS เฉลี่ยซะอีก เพราะต่อให้ FPS เฉลี่ยสูงแต่ frame time ไม่สม่ำเสมอ เกมก็จะรู้สึก "ไม่ลื่น" อยู่ดี แต่ตอนนี้ปัญหานี้ถูกจัดการแล้ว เกมจะรู้สึกสมูทขึ้นมากแม้จะใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า
ตรงนี้แหละที่ผมอยากฟันธงว่า มันคือการ "ยืดอายุ" ฮาร์ดแวร์แบบที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน โลกเรามักถูกสอนให้เชื่อว่า "ของแพงต้องดี" หรือ "ของใหม่ต้องเร็ว" แต่การปรับปรุงครั้งนี้มันกำลังบอกเราว่า บางทีตัวซอฟต์แวร์ต่างหากที่เป็นตัวถ่วง ไม่ใช่ตัวเครื่อง
นี่คือปรัชญาที่น่าคิดมากๆ ครับ ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ผลักดันให้คุณซื้อของใหม่ตลอดเวลา ชุมชน Linux กลับเลือกที่จะทำให้ของเก่าที่คุณมีอยู่ทำงานได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท มันคือการต่อสู้กับวัฒนธรรมขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) อย่างแท้จริง และยิ่งไปกว่านั้น มันยังหมายความว่าเครื่องราคาถูกๆ หรือมินิพีซีที่ใช้ชิปประหยัดพลังงาน จะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่ใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องง้อการ์ดจอราคาแพง
การรองรับซีพียูแบบผสม
scheduler ตัวใหม่เข้าใจธรรมชาติของ P-Core และ E-Core ได้ดีขึ้น รู้ว่าควรส่งงานหนักไปที่แกนแรง และงานเบาไปที่แกนประหยัดพลังงาน ทำให้ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าที่สุด
ลด Latency หน่วงแฝง
การตอบสนองของระบบต่ออินพุตจากคีย์บอร์ดและเมาส์ไวขึ้น ทำให้เวลาหรุดีขึ้นในเกมแนวแข่งขันที่ต้องการความแม่นยำ
แน่นอนว่านี่คือข่าวดีสำหรับสายเกมมิ่งบน Linux โดยเฉพาะ แต่ผมมองว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีต่อวงการโดยรวมด้วย เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่า "นวัตกรรม" ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มความแรงของฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเขียนซอฟต์แวร์ให้ฉลาดขึ้นเพื่อดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของฮาร์ดแวร์เดิมออกมาให้ได้มากที่สุด
นี่คือการอัปเดตที่ "ฟรี" และ "ได้ของจริง" ที่สุดในรอบปี ถ้าคุณมีเครื่องรุ่นเก่าๆ อยู่ที่บ้าน รอ Linux 7.3 แล้วลองกลับมาเล่นเกมอีกครั้ง รับรองว่าคุณจะต้องตกใจกับสิ่งที่มันทำได้ และนี่คือเหตุผลที่ผมยังเชื่อมั่นในพลังของโอเพนซอร์ส
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...