เจาะประเด็น
AI Privacy
OpenAI ขึ้นเวที DevDay ประกาศจะ "ตั้งมาตรฐานใหม่เรื่องความเป็นส่วนตัว" ให้ AI เอเจนต์
คำสัญญาบนเวทีกับสิ่งที่ผู้ใช้จะได้จริงห่างกันแค่ไหน ต้องรอดูตอนเอเจนต์เริ่มเก็บข้อมูลเราจริงๆ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เอเจนต์ที่ยิ่งฉลาด ยิ่งต้องเข้าถึงข้อมูลเรามากขึ้น คำถามคือความเชื่อใจที่บริษัทขอมา มันจ่ายด้วยอะไร
งาน OpenAI DevDay ปีนี้ Sam Altman ขึ้นเวทีเปิดตัว AI เอเจนต์ตัวใหม่ที่ชื่อ Dots แล้วประกาศกลางวงว่าบริษัทอยาก "ตั้งมาตรฐานใหม่เรื่องความเป็นส่วนตัวใน frontier AI" ฟังดูยิ่งใหญ่มาก และไม่ใช่คำพูดลอยๆ เพราะทั้งวันงาน OpenAI แทบจะเอาแต่หยิกแกมหยอกคู่แข่งอย่าง Muse ของ Meta เรื่องที่ปล่อยให้ข้อมูลผู้ใช้ไม่ปลอดภัย
พูดตรงๆ นะ คำว่า "ความเป็นส่วนตัว" กลายเป็นของขายในวงการ AI ไปแล้ว ทุกเจ้าเดินขึ้นเวทีต้องพูดคำนี้ แต่เอเจนต์มันต่างจากแชทบอทธรรมดาตรงที่มันต้องเข้าถึงข้อมูลของเราเยอะกว่ามาก ทั้งอีเมล ปฏิทิน ไฟล์งาน บางทีก็รวมถึงบัญชีอื่นๆ ที่ผูกไว้ ยิ่งเอเจนต์ฉลาดเท่าไหร่ มันก็ยิ่งต้องรู้เรื่องเรามากเท่านั้น
ประเด็นที่ต้องคิดคือ เวลาบริษัทบอกว่าจะ "ตั้งมาตรฐานใหม่" มันหมายถึงมาตรฐานอะไร วัดยังไง ใครตรวจสอบ และถ้าทำไม่ได้ตามนั้นจะมีบทลงโทษอะไรไหม เพราะที่ผ่านมา ทุกเจ้าก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น แต่พอมีเรื่องข้อมูลรั่วหรือถูกนำไปเทรนโมเดลโดยไม่บอก ก็มักจบด้วยคำขอโทษในบล็อกโพสต์
การที่ OpenAI เลือกโจมตี Meta เรื่องนี้ก็ฉลาดในเชิงเกมสื่อ Meta โดนด่าเรื่องจัดการข้อมูลมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว พอคู่แข่งชี้จุดนั้น คนฟังก็พยักหน้าโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้คำถามเรื่องมาตรฐานของ OpenAI เองถูกจับตามากขึ้นด้วย เพราะถ้าขึ้นเวทีบอกว่าตัวเองดีกว่า ประชาชนก็จะคาดหวังกับคุณมากกว่าคนอื่น
สำหรับคนใช้จริง สิ่งที่ต้องจับตาคือตอน Dots ออกมาให้ใช้จริง มันจะขอสิทธิ์เข้าถึงอะไรบ้าง เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน นานแค่ไหน และเราลบได้จริงหรือเปล่า คำสัญญาบนเวที DevDay ฟังเท่ แต่ผู้ใช้อย่างเราจะเจอของจริงตอนกดปุ่ม "Allow" ครั้งแรกนั่นแหละ
อีกมุมที่คนพูดถึงน้อยคือ การที่เอเจนต์ต้องทำงานแทนเรา มันจะต้องรู้บริบทของเราเยอะมาก ซึ่งนั่นแปลว่าข้อมูลส่วนตัวจะไหลเข้าสู่ระบบมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้บริษัทสัญญาว่าจะเข้ารหัส จะไม่เอาไปเทรน จะลบเมื่อขอ แต่เราก็ต้องเชื่อคำสัญญานั้นอยู่ดี เพราะเราไม่มีทางเข้าไปตรวจข้างในได้
นี่คือจุดที่ผมคิดว่าวงการนี้ยังต้องพิสูจน์กันอีกเยอะ คำว่า "มาตรฐานใหม่" ต้องมีอะไรที่จับต้องได้กว่านี้ ไม่ใช่แค่คำพูดบนสไลด์ หรือการเปรียบเทียบกับคู่แข่งแบบอ้อมๆ ถ้า OpenAI อยากให้คนเชื่อจริง ก็ต้องเปิดเผยว่าเก็บอะไร เก็บยังไง และให้คนนอกตรวจสอบได้ ไม่ใช่ให้เราเชื่อเพราะเขาบอกให้เชื่อ
คำสัญญาเรื่องความเป็นส่วนตัวในยุค AI เอเจนต์จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่พูดบนเวที ใครทำได้จริงก่อน คนนั้นจะได้ความเชื่อใจไปครอง ไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...