เจาะประเด็น
AI / macOS
Apple Intelligence กินพื้นที่ 12GB แต่ไม่มีปุ่มลบแล้ว มีคนเขียนเครื่องมือลบให้
เมื่อ Apple ถอดสวิตช์ปิด AI ออกไปจาก Settings โอเพนซอร์สก็ตอบโต้ด้วยคำสั่งบรรทัดเดียว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามคือ ใครกันแน่ที่ควรเป็นเจ้าของพื้นที่ดิสก์บนเครื่องของคุณ — คุณ หรือโมเดล AI ที่คุณไม่ได้ขอ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ซื้อ Mac แล้วรู้สึกว่าเครื่องมันกินพื้นที่ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าไฟล์อะไรเต็มดิสก์ ข่าวนี้อาจทำให้คุณต้องหันมามองฟีเจอร์ AI ที่ Apple ยัดใส่มาให้แบบไม่ได้ถามความสมัครใจสักเท่าไหร่ มีเครื่องมือโอเพนซอร์สตัวใหม่ชื่อ RemoveMacAI เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว มันเป็นเครื่องมือแบบ command line ที่เอาไว้ลบข้อมูลของ Apple Intelligence ออกจากเครื่อง Mac ได้ตรงๆ
เรื่องนี้เริ่มน่าสนใจตรงที่ว่า เมื่อก่อน macOS มีสวิตช์ง่ายๆ ในหน้า Settings ให้ปิด Apple Intelligence ทิ้งได้ ถ้าไม่ต้องการ แต่สวิตช์นั้นถูกถอดออกไปใน macOS 27 ผลก็คือโมเดล AI ทั้งหลายยังคงนอนกินพื้นที่อยู่ในดิสก์ของคุณต่อไป และฟีเจอร์ AI ต่างๆ ก็ยังทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยที่ผู้ใช้ไม่มีทางเลือกง่ายๆ ในหน้าจอปกติอีกแล้ว
ตัวเลขที่ถูกพูดถึงคือประมาณ 12GB ที่ข้อมูล Apple Intelligence กินไปบนเครื่อง ถ้าเทียบกับ Mac รุ่นที่พื้นที่น้อยๆ อย่าง 256GB ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย มันคือพื้นที่ที่คุณอาจเอาไปเก็บรูป เก็บวิดีโอ หรือลงโปรแกรมอื่นที่คุณอยากใช้จริงๆ ได้ แต่มันกลับถูกจองไว้ให้โมเดล AI ที่คุณอาจไม่ได้เปิดใช้ด้วยซ้ำ
และที่เจ็บกว่านั้นคือ Apple ไม่ได้ให้ทางเลือกที่ตรงไปตรงมากับผู้ใช้ในหน้าจอ Settings อีกต่อไป การที่ต้องพึ่งเครื่องมือจากบุคคลที่สามเพื่อจัดการกับสิ่งที่อยู่ในเครื่องตัวเอง ฟังดูย้อนแย้งพอสมควร
RemoveMacAI ทำงานแบบ command line คือพิมพ์คำสั่งใน Terminal แล้วให้มันจัดการลบข้อมูล AI ออกให้ เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและไม่ต้องพึ่ง GUI อะไรให้ยุ่งยาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสะดวกที่หายไปสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับ Terminal อยู่แล้ว
มุมมองของผมคือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่ดิสก์ แต่เป็นเรื่องของอำนาจการควบคุมเครื่องที่คุณซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง เมื่อบริษัทตัดสินใจว่าฟีเจอร์ AI ต้องอยู่บนเครื่องแบบไม่มีปุ่มปิดในหน้าจอปกติ มันก็เท่ากับผลักภาระให้ผู้ใช้ต้องหาทางออกเอง และชุมชนโอเพนซอร์สก็ตอบสนองทันทีด้วยเครื่องมือที่ Apple ไม่ได้ให้มา
จะเห็นว่าทิศทางของวงการนี้กำลังไปทางเดียวกันหมด คือผู้ผลิตอยากให้ AI ฝังอยู่ในทุกระบบปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้อยากได้ฟีเจอร์นี้ หรืออยากได้แต่ก็อยากมีสิทธิ์เลือกว่าจะเก็บไว้หรือลบออก ความตึงเครียดตรงนี้จะยิ่งเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
การที่ผู้ใช้ต้องพึ่งเครื่องมือจากบุคคลที่สามเพื่อลบฟีเจอร์ที่บริษัทใส่มาให้เองโดยไม่มีปุ่มปิด บอกอะไรได้เยอะเกี่ยวกับทิศทางของ Apple ในยุค AI — และบอกด้วยว่าชุมชนนักพัฒนาจะไม่รอให้บริษัทใหญ่ใจดีเปิดทางเลือกให้เสมอไป
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...