เจาะประเด็น
Hardware
ม็อดเดอร์หัวใสจับ FSR ฝั่งแดงไปรันบนการ์ดจอ Intel Arc ผ่านพลัง XMX ได้เนียนกริบ
เมื่อข้อจำกัดทางค่ายกลายเป็นเรื่องชิลๆ เพราะคอมมูนิตี้จัดการพอร์ตเทคโนโลยีอัปสเกลข้ามค่ายให้วิ่งฉิ่วบนฮาร์ดแวร์ฝั่งฟ้าได้แล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เรื่องกำแพงค่ายผู้ผลิตการ์ดจอนี่บางทีมันก็เป็นแค่เรื่องการตลาด เพราะพอปล่อยให้คอมมูนิตี้ลงมือเอง กำแพงที่ว่าก็หายวับไปกับตา
วงการเกมมิ่งพีซีนี่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์ได้ตลอดจริงๆ ล่าสุดมีเรื่องฮือฮาในหมู่คนชอบแต่งคอมและม็อดเกม เมื่อคอมมูนิตี้สายฮาร์ดแวร์เขาโชว์ของด้วยการจับเทคโนโลยีอัปสเกลภาพตัวท็อปจากค่ายแดง ไปรันบนการ์ดจอค่ายฟ้าอย่างเนียนๆ ซะงั้น อันนี้คือโปรเจกต์ที่ชื่อว่า OptiScaler ซึ่งเกิดจากฝีมือของกลุ่มคนที่ไม่อยากให้เกมเมอร์ต้องมานั่งเซ็งเป็ดเวลาเจอเกมที่ไม่รองรับฟีเจอร์เด็ดของค่ายการ์ดจอตัวเอง
เป้าหมายหลักของโปรเจกต์นี้โคตรจะเคลียร์ นั่นคือการทะลายกำแพงการล็อกค่าย เพื่อให้เกมเมอร์สัมผัสความลื่นไหลจากการทำอัปสเกลและสร้างเฟรมเรตได้เหมือนกันหมด ไม่ว่าคุณจะถือการ์ดจอค่ายไหนอยู่ในมือก็ตาม และล่าสุดความพยายามนี้ก็สุกงอม เมื่อพวกเขาสามารถม็อดตัว AMD FSR 4.1.2 ให้ไปวิ่งฉิวบนการ์ดจอ Intel Arc ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
ความเด็ดมันอยู่ตรงที่ว่า การรัน FSR บนการ์ดจอ Intel ปกติเนี่ย มันมักจะต้องพึ่งพาเส้นทางสำรองที่เรียกว่า DP4a ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมันให้ผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นพอสมควร เรียกว่ามีของดีอยู่ในมือแต่ดึงออกมาใช้ได้ไม่สุดแรงเกิด เหมือนขับรถสปอร์ตแต่โดนจำกัดความเร็วนั่นแหละ
แต่งานนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะม็อดตัวใหม่ล่าสุดได้ทำการดึงเอาพลังของแกนประมวลผล XMX หรือ Xe Math Extensions ที่ซ่อนอยู่ในการ์ดจอ Intel Arc มาใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผลลัพธ์ที่ได้เลยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แบบที่เรียกว่าคนละเรื่องกับตอนใช้ทางเลือกเดิมๆ เลยทีเดียว
เรื่องราวมันชัดเจนขึ้นเมื่อมีเกมเมอร์สายเทสบน Reddit ที่ใช้ชื่อว่า DarkerThanLpDark เขาจัดการเอา FSR 4.1.2 แบบ Lite ไปลองของจริงกับการ์ดจอ Arc B580 ในเกม Clair Obscur: Expedition 33 แล้วเทียบสมรรถนะกันจะๆ ระหว่างการเปิดตัวระบบ XeSS ที่เป็นของติดเครื่องมากับเกม กับการใช้ FSR ผ่านทางเลือกแบบ DP4a ดั้งเดิม
ผลปรากฏว่าตัวม็อด OptiScaler ตัวใหม่นี้ทำผลงานออกมาได้สูสีกับเทคโนโลยีเจ้าบ้านอย่าง XeSS แบบหายใจรดต้นคอ โดยตัว FSR 4.1.2 Lite ใช้เวลาในการทำอัปสเกลภาพไปแค่ 0.59 มิลลิวินาทีเท่านั้นเอง แทบจะเท่ากับ 0.58 มิลลิวินาทีของ XeSS เป๊ะๆ เรียกว่าประสิทธิภาพแทบไม่ต่างกันเลย
นี่คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า พลังของคอมมูนิตี้มักจะไปได้ไกลกว่าขีดจำกัดที่บริษัทผู้ผลิตขีดเส้นไว้เสมอ และเทคโนโลยีเปิดแบบนี้แหละคือสิ่งที่วงการเกมต้องการ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...