เจาะประเด็น
Music / Tech
Anamanaguchi เปิดแท็บเบราว์เซอร์ค้างไว้ "เยอะจนเกินไป" และนั่นแหละคือตัวตนของคนทำเพลงยุคนี้
วง chiptune ที่โตมากับซาวด์เกม กำลังบอกอะไรบางอย่างผ่านความวุ่นวายบนหน้าจอของพวกเขา
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีความสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัลก็ไม่ได้มาจากความเรียบร้อย แต่มาจากความยุ่งเหยิงที่เราเปิดค้างไว้พร้อมกันสิบอย่าง
ถ้าคุณเคยเปิดแท็บเบราว์เซอร์ค้างไว้จนเครื่องอืด แล้วรู้สึกผิดนิดๆ ทุกครั้งที่กดปิดไม่ลง — ข่าวนี้จะทำให้คุณยิ้มได้ เพราะ Anamanaguchi วงดนตรี chiptune ที่หลายคนรู้จักจากซาวด์แทร็กเกม Scott Pilgrim vs. the World: The Game เมื่อปี 2010 หรือจากการร่วมงานกับ Hatsune Miku นักร้องโฮโลแกรมชื่อดัง ก็เป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน
วงนี้ประกอบด้วย Peter Berkman, James DeVito, Luke Silas และ Ary Warnaar พวกเขาคือหนึ่งในชื่อที่ผูกกับวัฒนธรรม chiptune หรือดนตรีที่ทำจากเสียงชิปสังเคราะห์แบบเกมยุค 8-16 บิต มาอย่างยาวนาน และตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงโปรโมตงานใหม่ที่ชื่อว่า Anyway, Yeah I Guess ซึ่งเป็นที่มาของบทสัมภาษณ์กับทาง The Verge
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่วงดนตรีวงหนึ่งเปิดแท็บเยอะ มันอยู่ที่ว่าพฤติกรรมนี้กลายเป็นสภาวะปกติของคนทำงานสร้างสรรค์ยุคนี้ไปแล้ว ใครที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ทุกวันจะรู้ดีว่าแท็บที่เปิดค้างไว้ไม่ใช่แค่ความขี้เกียจ มันคือความตั้งใจที่ยังไม่ถูกปิด มันคือไอเดียที่รอการกลับไปดูอีกครั้ง มันคือ reference ที่ยังไม่กล้าปล่อย
สำหรับวงดนตรีที่ทำงานกับเสียงและเทคโนโลยีโดยตรง การมีแท็บเปิดไว้เยอะๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก มันสะท้อนว่ากระบวนการทำเพลงยุคนี้ปนเปไปด้วยข้อมูลจากหลายที่ ทั้งซาวด์ตัวอย่าง บทสัมภาษณ์ คลิปวิดีโอ ไปจนถึงแชทคุยกับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นวัตถุดิบของงานสร้างสรรค์แบบที่ไม่มีใครปิดมันทิ้งได้ง่ายๆ
พูดตรงๆ นะ ผมว่าการที่ข่าวเล็กๆ แบบนี้ถูกหยิบมาคุย มันบอกอะไรกับเรามากกว่าที่คิด เพราะมันทำให้เห็นว่าคนทำเพลงยุคนี้ไม่ได้ทำงานในห้องอัดทึบๆ แบบในตำนานอีกแล้ว แต่ทำงานอยู่บนหน้าจอที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งการแจ้งเตือน เอกสาร และแท็บที่เปิดค้างไว้จนเครื่องอืด
Anamanaguchi เป็นตัวอย่างที่ดีของศิลปินที่โตมากับอินเทอร์เน็ต พวกเขาไม่ได้แยกตัวเองออกจากความยุ่งเหยิงของโลกดิจิทัล แต่ใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าพวกเขาเปิดแท็บกี่แท็บ แต่อยู่ที่ว่าพวกเขายอมรับความยุ่งเหยิงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงาน ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มทำอะไร
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความวุ่นวายบนหน้าจอไม่ใช่สัญญาณของความขี้เกียจเสมอไป มันอาจเป็นร่องรอยของความคิดที่ยังทำงานอยู่ และสำหรับคนทำเพลงยุคนี้ การเปิดแท็บค้างไว้เยอะๆ อาจไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นวิธีทำงานไปแล้ว
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...