เจาะประเด็น
Gaming
Witcher 3 Remaster ไม่ใช่แค่ทาสีใหม่ CDPR บอกอยากให้มันเหมือนเกมที่ทำในปี 2026
ภาคเสริมฟรีที่หลายคนคิดว่าแค่ปรับกราฟิก กลายเป็นงานรีเมกเกมเพลย์เต็มรูปแบบที่ทีมงานยอมรับว่า "หนักกว่าเวอร์ชัน next-gen อีก"
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เกมที่ออกมา 10 ปีแล้ว จะถูกทำให้รู้สึกเหมือนเพิ่งเปิดตัวเมื่อวานได้จริงเหรอ — CDPR กำลังเดิมพันกับคำถามนี้
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เห็นข่าว The Witcher 3: Wild Hunt Remaster แล้วคิดในใจว่า "อีกละ ทาสีใหม่ขายอีกรอบ" — ข่าวนี้อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะ CD Projekt Red ออกมาพูดชัดเจนว่าสิ่งที่พวกเขาทำมันไม่ใช่แค่การอัปเกรดกราฟิก แต่เป็นการรื้อของที่ไม่มีใครแตะมาตั้งแต่เกมออกครั้งแรกเมื่อปี 2015
ตัวรีมาสเตอร์มีกำหนดปล่อยวันที่ 29 กันยายนนี้ ในรูปแบบอัปเดตฟรี ไม่ใช่เกมใหม่ที่ต้องซื้อแยก ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้หลายคนงงว่าทำไมของฟรีถึงได้อธิบายว่ามัน "หนัก" ขนาดนั้น
Jakub Kutrzuba исполнительный producer ของโปรเจกต์นี้ให้สัมภาษณ์กับ PC Gamer ว่าเวอร์ชันรีมาสเตอร์นี้ใหญ่กว่าและหนักกว่าในเชิงเทคนิคเมื่อเทียบกับอัปเดต next-gen เมื่อปี 2022 ด้วยซ้ำ แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องภาพ แต่มันคือการแตะเข้าไปในส่วนของเกมที่ไม่มีใครแก้มาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก
เขาพูดถึงสามส่วนหลักที่ทีมงานลงมือรื้อใหม่ทั้งหมด นั่นคือ แอนิเมชัน เกมเพลย์ และคุณภาพชีวิตในการเล่น (quality of life) ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้เล่นจะรู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่เหมือนเดิม
สิ่งที่ Kutrzuba พูดต่อคือประเด็นที่ผมว่าสำคัญที่สุดของข่าวนี้ — ทีมงานต้องการให้เกมนี้เทียบได้กับเกมที่ออกในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ให้รู้สึกว่าเป็นเกมเก่าที่เพิ่งเปลี่ยนสกินใหม่
และประโยคที่ตามมาคือ "มันง่ายมากที่จะชินกับสิ่งที่ปรับปรุงใหม่ แล้วก็ยากที่จะกลับไปเล่นของเดิม" ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นคำพูดการตลาด แต่ถ้าคิดในมุมคนที่เคยเล่น Witcher 3 มาหลายรอบ มันก็จริง — เพราะเกมนี้มีจุดที่รู้สึก "เก่า" อยู่หลายอย่าง ทั้งระบบการควบคุมที่แข็งทื่อ แอนิเมชันที่บางจังหวะดูค้าง และ UI ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนเล่นยุคนี้
ถ้ามองในภาพใหญ่ นี่คือการทดสอบแนวคิดของวงการเกมว่า "รีมาสเตอร์" ควรหมายถึงอะไร — แค่ปรับความละเอียดกับใส่ ray tracing หรือควรรื้อระบบการเล่นทั้งหมดให้ทันสมัย CDPR เลือกทางที่สอง และเลือกทำมันแบบแจกฟรี ซึ่งถ้าทำสำเร็จ มันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่สตูดิโออื่นต้องตาม
แน่นอนว่ายังต้องรอดูของจริงว่าจะออกมาดีแค่ไหน แต่การที่ทีมงานออกมาพูดเองว่า "แตะทุกอย่างที่แตะได้โดยไม่ต้องสร้างเกมใหม่หมด" ก็เป็นสัญญาณว่าพวกเขารู้ว่าผู้เล่นจับผิดเก่งแค่ไหน
ของฟรีที่ทีมงานบอกว่า "หนักกว่าเวอร์ชัน next-gen" คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า CDPR กำลังเล่นเกมระยะยาวกับชื่อเสียงของตัวเอง ถ้าทำได้จริง Witcher 3 จะกลายเป็นตัวอย่างว่าการรีมาสเตอร์ที่ทำถึงเนื้อในมันหน้าตาเป็นยังไง แต่ถ้าพลาด มันจะกลายเป็นบทเรียนว่าแค่พูดให้ยิ่งใหญ่ไม่พอสำหรับคนที่เล่นเกมนี้มาเป็นสิบปี
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...