เจาะประเด็น
AI / Math
OpenAI อ้างแก้โจทย์คณิตศาสตร์ 90 ปีได้ แต่ทำไมเสียงวิจารณ์ดังกว่าเสียงชื่นชม
การประกาศครั้งประวัติศาสตร์ของวงการ AI อาจไม่ได้น่าตื่นเต้นอย่างที่คิด เมื่อทุกคนกำลังตั้งคำถามกับ "วิธีการ" มากกว่าตัว "คำตอบ"
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้า AI แก้โจทย์ที่มนุษย์คิดไม่ออกมา 90 ปีได้จริง นี่คือจุดเปลี่ยนของวิทยาศาสตร์ — แต่ถ้าแค่ "อ้างว่าแก้ได้" โดยไม่มีบทพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือ ล่ะ?
เริ่มกันที่ข่าวใหญ่ก่อน — OpenAI ประกาศเมื่อวันอังคารว่า พวกเขาค้นพบคำตอบของปัญหา Navier-Stokes ซึ่งเป็นโจทย์คณิตศาสตร์สุดหินที่โลกรอคำตอบมานานเกือบ 90 ปีแล้ว ข่าวนี้ถูกตีพิมพ์ต่อโดย The New York Times และ Wired ทันที ฟังดูเหมือนเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่วงการ AI ควรจะได้ฉลองกันทั้งวงการใช่ไหม?
แต่เดี๋ยวก่อน — ถ้าคุณคิดว่าทุกคนกำลังปรบมือให้กับ OpenAI คุณคิดผิดถนัด เพราะเสียงส่วนใหญ่ในวงการกลับเป็นเสียงตั้งคำถามและความกังขา ว่าที่จริงแล้วมันคือ "ความสำเร็จ" หรือแค่ "การตลาดสร้างภาพ" กันแน่?
ขอเล่าย้อนให้ฟังสักนิด — ปัญหา Navier-Stokes ไม่ใช่โจทย์มั่วๆ ที่เอาไว้เล่นสนามเด็กเล่น นี่คือสมการที่ใช้อธิบายการไหลของของเหลวและก๊าซ ครอบคลุมตั้งแต่อากาศที่พัดรอบปีกเครื่องบิน ไปจนถึงกระแสน้ำในมหาสมุทร มันคือรากฐานของฟิสิกส์ของไหลทั้งแขนง และเป็นหนึ่งในปัญหา Millennium Prize Problems ที่สถาบัน Clay Mathematics Institute ประกาศรางวัล 1 ล้านเหรียญให้กับผู้ที่แก้ได้
ที่ผ่านมา นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกพยายามเค้นสมองคิดหาคำตอบกันมาเกือบศตวรรษ แต่ก็ยังไม่มีใครไขปริศนานี้ออก จนกระทั่ง OpenAI ออกมาบอกว่า "เราทำได้" — ซึ่งถ้าเป็นจริง นี่คงเป็นการประกาศที่สั่นสะเทือนวงการคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ทั้งโลกจริงๆ
ทีนี้มาถึงส่วนที่มันปวดหัว — เพราะการประกาศของ OpenAI ครั้งนี้มาพร้อมกับคำถามใหญ่ๆ ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน ตั้งแต่รายละเอียดของวิธีการแก้ปัญหา ไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระว่าใช้ได้จริงหรือไม่
ปกติเวลามีใครอ้างว่าแก้โจทย์ใหญ่ระดับนี้ได้ โลกวิชาการจะต้องตั้งโต๊ะตรวจทานกันอย่างละเอียด บางครั้งกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะยอมรับกัน แต่การประกาศของ OpenAI ดูเหมือนจะมาในรูปแบบ "บล็อกโพสต์ประชาสัมพันธ์" มากกว่าการนำเสนอบทความวิชาการที่ผ่านการตรวจสอบ — ซึ่งมันไม่ใช่ธรรมเนียมของวงการนี้เลย
ถามตรงๆ เลยนะ — ถ้า OpenAI แก้ปัญหาได้จริง ทำไมไม่ส่งให้วารสารวิชาการชั้นนำตรวจสอบก่อน แล้วค่อยออกมาประกาศ? หรือว่าการประกาศแบบนี้มันเร่งรีบเกินไป จนดูเหมือนต้องการสร้างกระแส มากกว่าจะนำเสนอความรู้ที่แน่นหนาจริงๆ?
อีกประเด็นที่หลายคนจับตา — ความน่าเชื่อถือของ OpenAI ในช่วงหลังเริ่มสั่นคลอนไปบ้างแล้ว หลังมีกระแสข่าวเรื่องความขัดแย้งภายใน การดึงดูดพนักงานด้วยสัญญาผูกมัดสุดแปลก ไปจนถึงคำถามเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงาน การออกมาประกาศข่าวใหญ่แบบนี้ ยิ่งทำให้คนเริ่มตั้งคำถามว่า นี่คือ "ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์" หรือ "เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์" กันแน่
และนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ของวงการ AI ในตอนนี้ — เรากำลังอยู่ในยุคที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่แข่งกันประกาศความสำเร็จแบบไม่เว้นวัน บางครั้งก็ดูเหมือนว่าการ "เป็นบริษัทแรกที่ทำได้" สำคัญกว่าการ "ทำได้จริงแบบตรวจสอบได้" ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความเชื่อใจในวงการจะค่อยๆ กร่อนลงเรื่อยๆ
ความก้าวหน้าที่แท้จริง
ต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ไม่ใช่แค่การประกาศผ่านบล็อกโพสต์ของบริษัทตัวเอง
ความน่าเชื่อถือของวงการ
การประกาศผลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันซ้ำๆ จะกัดกร่อนความเชื่อมั่นที่ผู้คนมีต่อ AI โดยรวม
บทเรียนจากประวัติศาสตร์
วงการวิทยาศาสตร์เคยเผชิญกับการประกาศผลปลอมหรือผลที่ยังไม่สมบูรณ์มาหลายครั้ง บทเรียนเหล่านี้ไม่ควรถูกลืม
ผมไม่ได้บอกว่า OpenAI โกหก หรือว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย — ถ้าพวกเขาแก้ปัญหา Navier-Stokes ได้จริง นี่จะเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ และผมจะยินดีปรบมือให้ดังๆ เอง
แต่ในวันที่ข้อมูลยังไม่ครบ หลักฐานยังไม่พอ วิธีตรวจสอบยังไม่ชัดเจน ผมเลือกที่จะเก็บความตื่นเต้นไว้ก่อน และรอดูว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรื่องนี้จะจบลงแบบไหน — จะเป็นตำนานบทใหม่ของวงการวิทยาศาสตร์ หรือแค่ข่าวลวงที่ทำให้คนผิดหวัง
วงการ AI กำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง "การประกาศความก้าวหน้า" กับ "การโฆษณาเกินจริง" และข่าวครั้งนี้กำลังทดสอบว่าเราจะแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้หรือไม่ — OpenAI ควรพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างที่ฟังดูยิ่งใหญ่
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...