เจาะประเด็น
AI / Copilot
Nadella ประกาศ Copilot คือ "ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับงาน" ทุ่มไม่อั้นรวม 4 แอปเป็นหนึ่งเดียว
ไมโครซอฟท์ยอมรับว่าเคยโดนด่าเรื่องกรอบ "agentic OS" มาแล้ว รอบนี้เลยเลี่ยงคำว่า Windows ไปเลย แต่เป้าหมายยังเดิม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำว่า "OS" ที่โผล่มาในงานเปิดตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คำสวยๆ ในสไลด์ แต่มันคือการบอกว่าไมโครซอฟท์อยากให้ Copilot เป็นชั้นที่ทับอยู่บนทุกอย่างที่คุณทำทั้งวัน
สัตยา นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์ ออกมาเล่นไม้ใหญ่กับ Copilot อีกครั้ง ด้วยการนิยามมันว่าเป็น "ระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับงาน" (new OS for work) ที่ครอบคลุมทุกโมเดล ทุกรูปแบบอุปกรณ์ และทุกงาน — คำพูดนี้มาพร้อมกับการอัปเดต Copilot ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ไมโครซอฟท์เคยทำ
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงรอบนี้คือการยุบของสี่ชิ้นมารวมเป็นแอปเดียว ได้แก่ Autopilot ที่เป็นเอเจนต์ระดับองค์กรที่รันมานานแล้ว, Code ตัวสร้างแอปในตัวที่โฮสต์แอปไว้ใน tenant ของบริษัทเอง, Home ที่รวม Chat กับ Cowork เข้าด้วยกัน และ Office ที่ตอนนี้ Word, Excel และ PowerPoint ถูกฝังตรงเข้าไปใน Copilot เลย
นาเดลลายังพูดถึงการรองรับ Copilot ภายใน Teams ด้วย พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อ Today ซึ่งจะดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทั้งระบบ Microsoft 365 มาให้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องถามก่อน
Autopilot
เอเจนต์ระดับองค์กรที่รันมานานแล้ว ถูกดึงเข้ามารวมในแอป Copilot เดียว
Code
ตัวสร้างแอปในตัวที่โฮสต์แอปไว้ภายใน tenant ของบริษัทเอง
Home
รวม Chat และ Cowork เข้าไว้ด้วยกัน
Office
Word, Excel และ PowerPoint ถูกฝังตรงเข้าไปใน Copilot แล้ว
Today
ฟีเจอร์ใหม่ที่ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทั้ง Microsoft 365 มาให้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้ถาม
จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่การรวมแอป แต่คือทิศทางที่ไมโครซอฟท์อยากให้ Copilot ไป — จากหน้าต่างแชทที่คุณเปิดตอนนึกได้ (หรือเผลอเปิด) กลายเป็นชั้นที่ทำงานเชิงรุกครอบคลุมทั้งวันทำงานของคุณ มันคือความพยายามเปลี่ยนจาก "เครื่องมือที่รอคำสั่ง" เป็น "ผู้ช่วยที่รู้ว่าคุณต้องอะไรก่อนที่คุณจะรู้ตัว"
แต่มีรายละเอียดเล็กๆ ที่สื่อสารออกมาได้ฉลาดมาก นั่นคือรอบนี้ไมโครซอฟท์เลี่ยงที่จะเรียก Copilot ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Windows 11 ทั้งที่ปีก่อนเพิ่งใช้กรอบ "agentic OS" กับ Windows แล้วโดนผู้ใช้วิจารณ์หนักพอสมควร
และจริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไมโครซอฟท์คิดจะขยาย Copilot ในแนวนี้ รู้กันว่าบริษัทเคยสำรวจระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วย Copilot เต็มรูปแบบเป็นการภายใน ภายใต้ชื่อโค้ดเนม Project Aion แม้ว่าข้อมูลนี้จะย้อนไปถึงปี 2024 และยังไม่มีข่าวว่ายังเดินหน้าอยู่หรือถูกพับไปแล้ว
พูดตรงๆ นะ คำว่า "OS" ที่นาเดลลาใช้มันไม่ใช่แค่การเปรียบเปรยเล่นๆ แต่มันคือการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ว่าไมโครซอฟท์อยากให้ Copilot เป็นชั้นที่อยู่เหนือทุกแอป ทุกอุปกรณ์ และทุกงาน — ซึ่งถ้าทำได้จริง มันก็แปลว่าไมโครซอฟท์กำลังพยายามเป็นเจ้าของ "ชั้น" ที่ผู้ใช้ต้องผ่านก่อนจะเข้าถึงงานทุกอย่าง
แต่คำถามคือผู้ใช้จะซื้อไอเดียนี้ไหม เพราะบทเรียนจากกรอบ "agentic OS" เมื่อปีก่อนก็ชัดอยู่ว่าคนไม่ได้ตื่นเต้นกับคำโฆษณาแนวนี้เสมอไป การที่รอบนี้เลี่ยงคำว่า Windows ไปเลยก็บอกอะไรได้พอสมควร
นาเดลลากำลังเดิมพันว่า Copilot จะกลายเป็นชั้นที่คนทำงานต้องผ่านทุกวัน ไม่ใช่แค่แชทบอทที่เปิดตอนนึกได้ แต่ความท้าทายจริงไม่ใช่การรวมแอปให้เสร็จ — มันคือการทำให้คนรู้สึกว่ามันจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่ของแถมที่ติดมากับ Microsoft 365
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...