รีวิวเปิดตัว
Keyboards
Glorious กลับมาทำคีย์บอร์ดมีสาย ราคา 99 ดอลลาร์ พร้อมเลย์เอาต์ 1800 ที่ยังมี Numpad
ท่ามกลางกระแสคีย์บอร์ดไร้สายและ Hall Effect แบรนด์นี้เลือกเดินสวนทางด้วยของที่จับต้องได้จริงในราคาที่ไม่ต้องคิดมาก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีการที่แบรนด์หนึ่งหยุดวิ่งตามกระแส แล้วหันกลับมาทำของพื้นฐานให้ดี อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดคีย์บอร์ดกำลังโตพอจะแยกทางกันเดินได้แล้ว
ถ้าพูดกันตรงๆ ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา Glorious เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่วิ่งตามเทรนด์คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบไม่หยุด ทั้งคีย์บอร์ด membrane และคีย์บอร์ด Hall Effect ที่พยายามจับตลาดบน แต่ล่าสุดดูเหมือนบริษัทจะขอถอยกลับมาตั้งหลักกับสิ่งที่ถนัดจริงๆ กับการเปิดตัว GMMK Eternal คีย์บอร์ด mechanical แบบมีสายที่ไม่ได้พยายามเป็นอะไรที่หวือหวา แต่กลับน่าสนใจกว่าที่คิด
ตัวจุดขายที่หลายคนน่าจะสนใจทันทีคือเลย์เอาต์แบบ 1800 ที่ยังคงมี numpad อยู่ครบ แต่ขนาดตัวเครื่องกระทัดรัดกว่าคีย์บอร์ด full-size ปกติ เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ทำงานบัญชี ทำงานกับตัวเลข หรือเกมเมอร์ที่ยังต้องใช้ numpad ในการป้อนคำสั่ง แต่ไม่มีพื้นที่บนโต๊ะเหลือให้คีย์บอร์ดขนาดเต็มตัว ซึ่งตลาดนี้จริงๆ แล้วมีคนต้องการอยู่ไม่น้อย แต่ตัวเลือกในราคาเอื้อมถึงกลับมีไม่มากนัก
GMMK Eternal เป็นคีย์บอร์ดแบบมีสายล้วน เชื่อมต่อกับเครื่องผ่านสาย USB Type-A to C ที่ถอดออกได้ ตัวสวิตช์ที่ให้มาในกล่องคือ GMMK Fox แบบ linear ที่ทางแบรนด์เคลมว่าทนการกดได้ถึง 50 ล้านครั้ง และมีแรงกดอยู่ที่ 50-60 gf ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนกลางๆ ไม่หนักไม่เบาเกินไป เหมาะกับทั้งการพิมพ์งานยาวๆ และการเล่นเกม
จุดที่น่าสนใจคือราคาเปิดตัวอยู่ที่ 99.99 ดอลลาร์ในสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนตลาดเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 119.99 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเทียบกับคีย์บอร์ด mechanical ในตลาดตอนนี้ ต้องบอกว่าไม่ใช่ราคาถูกแบบสุดๆ แต่ก็ไม่แพงจนต้องคิดหนัก เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือฟีเจอร์ระดับ enthusiast ที่ปกติจะเห็นในคีย์บอร์ดราคาหลักร้อยกลางๆ ขึ้นไป
ของที่ว่านั่นคือการใส่ชั้นซับเสียงมาให้ถึงสามชั้นด้วยกัน ทั้งแผ่นซิลิโคนหนึ่งชั้นและ PU foam อีกสองชั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการคีย์บอร์ด custom ทำกันเองเพื่อลดเสียงก้องและทำให้เสียงกดนุ่มขึ้น การที่แบรนด์ mass market ใส่มาให้จากโรงงานเลยแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์คนที่ไม่อยากแกะเครื่องเอง
รองรับสวิตช์ MX-style มาตรฐาน
ใช้ได้ทั้งสวิตช์แบบ 5-pin และ 3-pin ตามมาตรฐาน MX ทำให้เลือกสวิตช์เปลี่ยนได้หลากหลายกว่าเดิม
Hot-swap เปลี่ยนสวิตช์ได้โดยไม่ต้องบัดกรี
ใครเบื่อสวิตช์เดิมก็ถอดเปลี่ยนได้เลย รวมถึงเปลี่ยนคีย์แคปได้ตามใจ ช่วยยืดอายุการใช้งานและปรับแต่งได้ตามสไตล์
เลย์เอาต์ 1800 ที่มี numpad แต่ตัวไม่ใหญ่
ตอบโจทย์คนที่ต้องใช้ตัวเลขแต่ไม่มีพื้นที่วางคีย์บอร์ด full-size
พูดตรงๆ การที่ Glorious ตัดสินใจทำคีย์บอร์ดที่มีสายในยุคที่ค่ายอื่นแข่งกันทำไร้สายและ Hall Effect มันดูเหมือนเดินสวนกระแส แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันคือการยอมรับว่าตลาดคีย์บอร์ดไม่ได้มีแค่คนที่ต้องการฟีเจอร์ล้ำๆ อย่างเดียว ยังมีคนอีกกลุ่มที่แค่อยากได้คีย์บอร์ด mechanical ดีๆ สักตัว ใช้ได้ยาวๆ ซ่อมได้ ปรับแต่งได้ และไม่ต้องมานั่งชาร์จแบตหรือกังวลเรื่องการเชื่อมต่อหลุด
ที่น่าสนใจคือการเลือกใช้สวิตช์ MX-style มาตรฐานแทนที่จะล็อกอินกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แบบ Hall Effect ที่ทางแบรนด์เองก็เคยทำ มันคือการเปิดกว้างให้ผู้ใช้เลือกสวิตช์จากค่ายอื่นได้ ซึ่งในมุมของคนเล่นคีย์บอร์ดถือเป็นข้อดี เพราะไม่ต้องผูกขาดกับสวิตช์ของแบรนด์เดียว
แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าราคา 99.99 ดอลลาร์ในตลาดที่คีย์บอร์ด mechanical เริ่มต้นถูกกว่านี้มาก อาจทำให้หลายคนลังเล โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงหรือการซับเสียงมากนัก แต่ถ้าใครเคยลองคีย์บอร์ดที่ไม่มี foam แล้วรู้สึกว่าเสียงก้องและกดแล้วไม่นุ่ม การจ่ายเพิ่มเพื่อได้คีย์บอร์ดที่พร้อมใช้จากโรงงานก็น่าจะคุ้มกว่าซื้อถูกๆ แล้วต้องมานั่งโมเองทีหลัง
GMMK Eternal ไม่ใช่คีย์บอร์ดที่จะสร้างเสียงฮือฮาในกลุ่มคนเล่นคีย์บอร์ด custom แต่มันคือคีย์บอร์ดที่ทำการบ้านมาดีสำหรับคนที่อยากได้ของจบในราคาไม่ต้องคิดหนัก และการที่ Glorious เลือกถอยจากสนามแข่ง Hall Effect มาทำของพื้นฐานให้ดี น่าจะเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังหาจุดยืนของตัวเองในตลาดที่เริ่มอิ่มตัวด้วยฟีเจอร์หวือหวา
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...