เจาะประเด็น
Hardware
ชิปคอมพิวเตอร์คือสิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์ที่สุดที่มนุษยชาติเคยสร้างขึ้นมา
เบื้องหลังแผ่นซิลิคอนชิ้นจิ๋วที่ขับเคลื่อนโลก และความจริงที่ว่าไม่มีประเทศไหนคุมสายพานนี้ได้คนเดียว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การผลิตชิปหนึ่งตัวซับซ้อนเกินกว่าที่มหาอำนาจชาติไหนจะดึงกลับไปทำเองคนเดียวในบ้านได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ลองหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดู หรือมองรถยนต์ เครื่องล้างจาน ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังแบกเศรษฐกิจโลกตอนนี้ ของพวกนี้ทำงานไม่ได้เลยถ้าไม่มีไมโครชิป และการจะได้ชิปสมบูรณ์มาสักชิ้นหนึ่ง มันไม่ใช่แค่เอาซิลิคอนมาหลอม แต่มันต้องผ่านขั้นตอนระดับหลักพันขั้นตอน ใช้ซัพพลายเออร์ โรงงาน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกมารวมพลังกัน
ตอนนี้วงการเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนชอบฮาร์ดแวร์คุยกันในเว็บบอร์ดอีกต่อไป แต่มันกระโดดเข้าไปอยู่ใจกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ประเทศใหญ่ๆ มองว่าการคุมเทคโนโลยีนี้คือการกุมอนาคตของอำนาจเศรษฐกิจและความมั่นคง
ถ้าดูผู้เล่นหลักในกระดานนี้ TSMC จากไต้หวันคือยักษ์ใหญ่ที่ผลิตชิปขั้นสูงแทบทั้งหมดของโลก จนมูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะลุราวสองล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว ส่วนทางฝั่งยุโรปก็มี ASML บริษัทสัญชาติดัตช์ที่สร้างเครื่องพิมพ์ชิปแบบแสงอัลตราไวโอเลตเข้มข้นสูง หรือ EUV ซึ่งไม่มีใครในโลกผลิตแทนได้ จนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในยุโรปไปเรียบร้อย
ตัดภาพมาที่ฝั่งสหรัฐฯ ย้อนกลับไปในการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อปี 2023 ประธานาธิบดี Joe Biden ถึงกับเอ่ยปากยอมรับตรงๆ ว่าศักดิ์ศรีของชาติต้องมัวหมอง เพราะชิปพวกนี้เริ่มคิดค้นกันในอเมริกาแท้ๆ แต่สหรัฐฯ กลับสูญเสียความได้เปรียบนั้นไปให้กับชาติอื่นตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ทางออกที่ผู้นำสหรัฐฯ วางแผนไว้ตอนนั้นคือการพยายามดึงสายพานการผลิตกลับบ้าน โดยประกาศว่าจะทำให้ห่วงโซ่อุปทานสำหรับอเมริกาต้องเริ่มต้นขึ้นในแผ่นดินอเมริกาให้ได้ เพื่อไม่ต้องพึ่งพาโรงงานต่างแดนอีกต่อไป
แต่ความจริงอาจไม่ได้ง่ายแบบที่นักการเมืองวาดฝัน Gideon Lewis-Kraus ได้วิเคราะห์มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า สายพานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เป็นภาพสะท้อนอีกด้านของโลกาภิวัตน์ มันเชื่อมโยงผู้คนและบริษัทข้ามทวีปเข้าด้วยกันเพื่อทำภารกิจที่ยากระดับบ้าคลั่ง ซึ่งไม่มีทางสำเร็จได้เลยถ้าขาดความร่วมมือระหว่างประเทศ
คิดดูง่ายๆ ฝั่งหนึ่งออกแบบในอเมริกา ใช้เครื่องจักรที่ซับซ้อนสุดขั้วจากเนเธอร์แลนด์ แล้วส่งไปผลิตที่โรงหล่อชิปที่เชี่ยวชาญที่สุดในไต้หวัน ทุกอย่างพึ่งพากันเป็นลูกโซ่จนแยกไม่ออก การที่ใครสักคนจะสั่งตัดขาดแล้วยกทุกขั้นตอนกลับมาทำในประเทศตัวเองตั้งแต่ศูนย์ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ต่อให้นักการเมืองอยากดึงโรงงานกลับบ้านแค่ไหน แต่ความจริงคือชิปหนึ่งตัวต้องพึ่งสมองและเครื่องจักรจากทั่วโลก การจะฉีกสายพานนี้เพื่อทำเองคนเดียว มีแต่จะทำให้ต้นทุนพุ่งและพัฒนาการสะดุดลงเปล่าๆ
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...