เจาะประเด็น
AI / Travel
โรงแรม Radisson กระโดดเข้าไปอยู่ในแชท ChatGPT ตรงๆ แล้ว
จากนี้คุณอาจไม่ต้องเปิดเว็บจองโรงแรมอีก แค่คุยกับ AI ก็จบ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าแพลนทริปทั้งทริปเกิดขึ้นในหน้าต่างแชทเดียว เว็บจองโรงแรมแบบเดิมจะเหลือบทบาทอะไร
ราธิสสัน โฮเทล กรุ๊ป ประกาศจับมือกับแอกเซนเจอร์ (Accenture) สร้างปลั๊กอินสำหรับ ChatGPT โดยใช้เทคโนโลยีของ OpenAI เพื่อให้คนที่กำลังวางแผนทริปสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และจองโรงแรมได้เลยในหน้าต่างแชท ไม่ต้องออกไปเปิดเว็บอื่นให้เสียจังหวะ
อันนี้คือข่าวที่ไม่ควรอ่านผ่านๆ เพราะมันไม่ใช่แค่ "โรงแรมทำแชทบอท" แบบที่ใครๆ ก็ทำกันอยู่ แต่มันคือการที่แบรนด์โรงแรมระดับโลกยอมยกสมองส่วนการค้นหาและตัดสินใจของลูกค้าไปไว้ในมือของแพลตฟอร์ม AI ที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ นี่คือเดิมพันที่ใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
ลองนึกภาพเดิมๆ สิ คุณอยากไปเที่ยวที่ไหนสักที่ วิธีคือเปิดกูเกิล พิมพ์หาโรงแรม ไล่ดูรีวิวในเว็บจองต่างๆ เปิดหลายแท็บ เทียบราคา แล้วกว่าจะจองได้ก็ปาไปครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ Radisson กำลังบอกว่าไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว แค่บอก ChatGPT ว่าอยากไปเที่ยวกับใคร งบเท่าไหร่ ชอบโรงแรมแบบไหน มันจะช่วยหาและเปรียบเทียบให้ พร้อมจองจบในที่เดียว
จุดที่ผมว่าสำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวฟีเจอร์ แต่คือ "ตำแหน่ง" ของมัน โรงแรมเหล่านี้กำลังย้ายตัวเองไปอยู่ในจุดที่ลูกค้าเริ่มต้นการค้นหา ไม่ใช่ไปรอให้ลูกค้าบุกมาหาที่เว็บตัวเอง ในยุคที่คนเริ่มถาม AI แทนการเสิร์ชกูเกิล การไปอยู่ในแชทของ ChatGPT ก็เหมือนการย้ายร้านไปเปิดในห้างที่คนเดินเยอะที่สุด
แต่ก็มีด้านที่ต้องคิดเหมือนกัน ใครได้ประโยชน์จริงในเกมนี้ Radisson ได้พื้นที่โฆษณาฟรีในแชทที่คนใช้กันวันละหลายล้านคน แอกเซนเจอร์ได้เคสงานระดับแบรนด์โลกไปโชว์พอร์ต ส่วน OpenAI ได้พิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มตัวเองใช้ทำธุรกิจจริงได้ ไม่ใช่แค่เล่นสนุก แต่โรงแรมรายเล็กที่ไม่มีงบจ้างที่ปรึกษาระดับแอกเซนเจอร์ล่ะ? พวกเขาจะตามทันเกมนี้ไหม หรือจะกลายเป็นคนที่ถูกลูกค้าลืมไปแล้วเพราะ AI ไม่เคยแนะนำชื่อเขา
อีกอย่างที่ต้องจับตา คือเรื่องข้อมูล ปลั๊กอินแบบนี้ต้องเข้าถึงข้อมูลห้องว่าง ราคา และระบบจองของ Radisson โดยตรง ซึ่งหมายความว่าข้อมูลธุรกิจภายในจำนวนมหาศาลจะไหลผ่านตัวกลางอย่าง ChatGPT คำถามคือ ใครถือข้อมูลพวกนี้ ใครวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้ และโรงแรมยังคุมประสบการณ์ของลูกค้าตัวเองได้แค่ไหน
ผมมองว่านี่คือสัญญาณว่า "การจองตรง" (direct booking) ที่โรงแรมพยายามผลักดันมานานหลายปี กำลังเปลี่ยนความหมายไปแล้ว ไม่ใช่แค่แย่งลูกค้ากลับจาก Booking.com หรือ Agoda แต่คือการแย่งพื้นที่ในสมองของ AI ที่คนถามก่อนตัดสินใจซื้อของ ใครไม่ไปอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับไม่มีตัวตนในสายตาลูกค้ายุคใหม่
ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องของโรงแรมอย่างเดียว มันคือสัญญาณว่าช่องทางค้นหาและตัดสินใจซื้อของคนกำลังย้ายเข้าไปอยู่ในแชท AI แบบเงียบๆ ใครยังคิดว่าเว็บตัวเองคือประตูหน้าบ้านของลูกค้า อาจตื่นมาพบว่าลูกค้าเดินเข้าบ้านผ่านประตูของคนอื่นไปหมดแล้ว
ที่มา: OpenAI News — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...