เจาะประเด็น
Semiconductors
อเมริกาเตรียมงัดภาษีชิปรอบใหม่ สงครามการค้าครั้งนี้จะโดนใครก่อน
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังชั่งน้ำหนักเก็บภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มอีกชุด แต่คำถามคือจะเก็บจากใคร เก็บเท่าไหร่ และวงการเทคจะรับมือยังไง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคิดว่าภาษีชิปรอบที่แล้วแพงแล้ว รอบนี้จะกลายเป็นเกมที่ทุกฝ่ายต้องนั่งไม่ติด — เพราะมันไม่ได้แค่กระทบราคาการ์ดจออีกต่อไป
เรื่องนี้มันไม่ได้เพิ่งเริ่มวันนี้วันเดียวนะ ใครที่ตามข่าวเทคโนโลยีมาสักพักจะพอจำได้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ภาษีเป็นอาวุธในการจัดการกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มาหลายรอบแล้ว รอบล่าสุดที่เพิ่งมีรายงานออกมาจาก POLITICO คือการที่ฝ่ายบริหารกำลังพิจารณารอบเก็บภาษีนำเข้าชิปรอบใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การขึ้นอัตราเดิม แต่เป็นการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมสินค้าประเภทใหม่ๆ ด้วย
ตรงนี้แหละที่ทำให้วงการเทคเริ่มสั่น เพราะที่ผ่านมาเราคุ้นเคยกับภาษีที่โฟกัสไปที่ชิปบางประเภท หรือส่วนประกอบเฉพาะ แต่รอบนี้ดูเหมือนรัฐบาลจะเล่นใหญ่ขึ้น เก็บกว้างขึ้น และที่สำคัญคือมันจะกระทบห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ไม่ใช่แค่โรงงานผลิตชิปในต่างประเทศ แต่รวมถึงบริษัทออกแบบชิปในอเมริกาเองด้วย
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องเก็บภาษีชิปเพิ่มอีก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็มีมาตรการ Chips Act ที่พยายามดึงการผลิตกลับมาอยู่ในประเทศแล้ว คำตอบง่ายๆ คือ มันยังไม่พอ ตัวเลขการนำเข้าชิปจากต่างประเทศยังสูงลิ่ว โดยเฉพาะจากไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งครองส่วนแบ่งการผลิตขั้นสูงเกือบหมดสิ้น รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าการใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือบีบให้บริษัทต่างๆ เร่งย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศให้เร็วขึ้น แทนที่จะรอแรงจูงใจจากเงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียว
ฟังดูเป็นเหตุเป็นผลดี แต่ปัญหาคือ มันไม่ได้จบแค่การย้ายโรงงาน เพราะต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้นจะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภคปลายทางอยู่ดี สมมติว่าบริษัทชิปยอมย้ายฐานมาผลิตในอเมริกาจริง ต้นทุนค่าแรง ค่าวัสดุ และค่าดำเนินการในอเมริกามันสูงกว่าการผลิตในเอเชียหลายเท่า ตัวเลขภาษีที่ประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ถ้าภาษีรอบนี้ถูกประกาศใช้จริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างปรับขึ้น ไม่เว้นแม้แต่สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพราะชิปเป็นส่วนประกอบหลักของทุกอย่าง การขึ้นภาษีนำเข้าชิป หมายถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ผลิตก็ต้องผลักภาระมาให้ผู้บริโภคอยู่ดี
อีกกลุ่มที่โดนหนักไม่แพ้กันคือบริษัทออกแบบชิปสัญชาติอเมริกันอย่าง NVIDIA, AMD หรือ Qualcomm เพราะพวกเขาพึ่งพาโรงหล่อ (Foundry) ในไต้หวันและเกาหลีใต้เป็นหลัก การเก็บภาษีชิปที่ผลิตจากนอกประเทศจะทำให้ต้นทุนของบริษัทเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งสุดท้ายก็ต้องไปจบที่ราคาการ์ดจอและชิปประมวลผลที่แพงขึ้นอยู่ดี
ประเด็นที่น่าสนใจคือ รอบนี้รัฐบาลอาจไม่ได้เก็บภาษีเป็นอัตราเดียวกับทุกประเทศ แต่จะเลือกปฏิบัติเป็นรายประเทศ หรือรายบริษัท เพื่อสร้างแรงกดดันเป็นรายกรณี ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและคาดเดายากขึ้นไปอีก
ราคาฮาร์ดแวร์แพงขึ้นแน่นอน
การ์ดจอ CPU และคอนโซลเกมจะปรับราคาขึ้นอีกระลอก เพราะต้นทุนชิปสูงขึ้น
การย้ายฐานผลิตไม่ใช่เรื่องง่าย
การสร้างโรงงานชิปใหม่ต้องใช้เวลาและเงินมหาศาล อย่างน้อย 3-5 ปี กว่าจะผลิตจริงได้
สงครามการค้ารอบใหม่
ประเทศคู่ค้าอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ อาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางการค้าอื่นๆ กลับมา
ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง — ยุคของชิปราคาถูกกำลังจะจบลง การที่อเมริกาพยายามดึงการผลิตกลับประเทศด้วยมาตรการภาษี มันเป็นเกมการเมืองระยะยาวที่อาจจะได้ผลในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ในระยะสั้นมันคือหายนะสำหรับผู้บริโภคและบริษัทเทคที่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันที
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รายละเอียดของมาตรการว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อัตราภาษีจะอยู่ที่เท่าไหร่ และมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าประเภทไหนบ้าง เพราะถ้าภาษีสูงเกินไปจนบริษัทอเมริกันเองแบกรับไม่ไหว มันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายอุตสาหกรรมที่รัฐบาลตั้งใจจะปกป้องก็เป็นได้
อีกมุมที่คนมักมองข้ามคือ ผลกระทบต่อนวัตกรรม ถ้าต้นทุนการผลิตชิปสูงขึ้น บริษัทต่างๆ จะมีงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาลดลง หรืออาจต้องตัดโปรเจกต์ใหม่ๆ ทิ้ง เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด ซึ่งหมายความว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจมาช้ากว่าที่ควรจะเป็น และนั่นคือความเสียหายระยะยาวที่วัดเป็นตัวเงินได้ยาก
ภาษีชิปรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ แต่มันคือการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเทคทั้งหมด คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาลที่ได้ภาพลักษณ์ว่าจริงจังกับอุตสาหกรรมในประเทศ แต่คนที่จ่ายค่าผ่านทางคือผู้บริโภคที่ต้องซื้อของแพงขึ้น และบริษัทเทคที่ต้องดิ้นรนกับต้นทุนที่พุ่งสูง — เตรียมตัวรับมือกับราคาฮาร์ดแวร์ที่ขยับขึ้นอีกครั้งได้เลย
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...