The Verge 61 วันที่แล้ว general AI Generated

Over one million people have clicked LinkedIn’s AI slop button

The Verge 22 Aug 2026
56
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
3 15m



เจาะประเด็น
AI / Social Media


คนกว่าล้านชีวิตกดปุ่ม "AI สร้าง" บน LinkedIn แล้ว แต่นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนดี มันคือไฟเขียวให้ขยะท่วมแพลตฟอร์ม



ปุ่มรายงานคอนเทนต์ AI สร้างที่ทุกคนรอคอยมียอดใช้ทะลุล้านในเวลาไม่ถึงเดือน แต่คำถามคือ มันจะช่วยกวาดขยะออกจากฟีดได้จริงหรือแค่ทำให้เรารู้สึกว่ามีอำนาจ?




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



ถ้าเรารู้อยู่ว่าคอนเทนต์ไหนคือขยะ แต่ต้องรอให้คนนับล้านมากดปุ่มก่อน แบบนี้มันคือการแก้ปัญหาหรือแค่การโยนภาระให้ผู้ใช้?




ลิงด์อินประกาศเปิดตัวปุ่ม "Seems like AI slop" (ดูเหมือนขยะที่ AI สร้าง) ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา และตอนนี้ตัวเลขก็ออกมาแล้ว — มีคนกดปุ่มนี้มากกว่าหนึ่งล้านคน ฟังดูเหมือนชัยชนะครั้งใหญ่ของเหล่ามนุษย์ผู้เบื่อหน่ายคอนเทนต์น้ำเน่าที่ AI พ่นออกมาเป็นพันๆ โพสต์ต่อวันใช่ไหม? เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งดีใจไป



ตัวเลขนี้มาจาก Hari Srinivasan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ LinkedIn เอง ซึ่งบอกว่ามีคนกดปุ่มนี้มากกว่าหนึ่งล้านคนนับตั้งแต่เปิดตัว ปุ่มนี้ซ่อนอยู่ในเมนูสามจุดตรงมุมขวาบนของโพสต์ใดก็ได้ กดแล้วมันจะไปรายงานให้ทีมงานรู้ว่าโพสต์นี้มัน "ดูเหมือน" ถูกสร้างโดย AI มากเกินไป ซึ่งรวมถึงคอนเทนต์ที่เขียนโดยมนุษย์แต่ใช้ AI ช่วยจนออกมากลิ่นสังเคราะห์ชัดๆ



ที่มา


ต้องเข้าใจก่อนว่า LinkedIn กำลังเผชิญปัญหาคอนเทนต์ AI ท่วมแพลตฟอร์มอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เดี๋ยวนี้เปิดฟีดทีไร เจอแต่โพสต์แนว "10 บทเรียนชีวิตที่ฉัน learned จาก...", "5 สิ่งที่คนสำเร็จทุกคนทำตอน 5 โมงเช้า" — ประโยคเรียงร้อยสวยเกินจริง ไร้อารมณ์ความรู้สึก และที่สำคัญคือมันซ้ำซากจนน่าเบื่อ สารภาพตรงๆ ว่าตอนนี้ผมเองก็เลื่อนฟีด LinkedIn แทบทุกวันแล้วเจอขยะแบบนี้ไม่ต่ำกว่า 5 โพสต์ต่อการเลื่อนหนึ่งครั้ง



การที่มียอดกดทะลุล้านในเวลาไม่ถึงเดือนมันบอกอะไรเรา? อย่างแรกคือคนใช้งานเบื่อหน่ายคอนเทนต์สังเคราะห์เหล่านี้จริงๆ ไม่ใช่แค่บ่นกันในทวิตเตอร์ แต่ลงมือทำแล้ว อย่างที่สองคือมันตอกย้ำว่าปัญหามันใหญ่แค่ไหน — ถ้าคอนเทนต์ดีๆ สักล้านโพสต์ถูกกด "เห็นค่า" คงเป็นข่าวดีกว่านี้ แต่การที่ปุ่มรายงานขยะมียอดใช้เป็นล้าน มันคือสัญญาณเตือนว่าแพลตฟอร์มกำลังจะจมอยู่ในทะเลขยะ



“
over a million people" ได้กดปุ่มนี้แล้ว — Hari Srinivasan กล่าวไว้ในโพสต์วันพฤหัสบดี


มุมมอง


แต่ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือคำถามที่ตามมา — แล้วไงต่อ? LinkedIn มีระบบจัดการกับรายงานเหล่านี้ยังไง? ตัวเลขหนึ่งล้านมันฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคอนเทนต์ขยะที่ถูกสร้างต่อวันมันมีเป็นสิบล้านโพสต์ แค่นี้มันก็แค่หยดน้ำในมหาสมุทร การมีปุ่มให้กดแต่อัลกอริทึมยังคงปล่อยให้ขยะไหลเวียนต่อไป มันก็แค่การทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ทั้งที่ความจริงคือการโยนงานหนักมาให้เราเป็นแมวมองฟรีๆ



อีกมุมหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ไม่แพ้กันคือเรื่องของ "ความผิดพลาด" — คอนเทนต์ที่มนุษย์เขียนจริงๆ แต่บังเอิญมีสไตล์การเขียนที่ดูเป็นทางการ เรียบเรียงดี มีโครงสร้างชัดเจน ก็อาจจะโดนเหมารวมว่าเป็น AI สร้างได้เหมือนกัน แล้วคนเขียนเก่งๆ ที่ตั้งใจทำคอนเทนต์คุณภาพจะโดนลงโทษเพราะอัลกอริทึมของ LinkedIn ไม่ฉลาดพอจะแยกแยะ? นี่คือความเสี่ยงที่บริษัทต้องจัดการให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่เปิดปุ่มมาแล้วปล่อยให้ชาวบ้านเขาตัดสินกันเอง




แล้วปุ่มนี้มันช่วยอะไรได้จริง?

มันช่วยส่งสัญญาณให้ทีมงาน LinkedIn รู้ว่าคอนเทนต์ไหนที่ผู้ใช้รู้สึกว่า "ไม่เป็นธรรมชาติ" แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผลลัพธ์หลังการรายงานเป็นยังไง — โดนลบ? โดนลดการมองเห็น? หรือแค่เก็บไว้ดู?



ใครคือคนที่ได้ประโยชน์?

ผู้ใช้ทั่วไปที่เบื่อหน่ายขยะในฟีดได้ช่องทางระบายความรู้สึก และ LinkedIn ได้ข้อมูลฟรีๆ ว่าเนื้อหาแบบไหนที่คนไม่เอาด้วยโดยไม่ต้องจ้างทีมงานมานั่งไล่ตรวจเอง



แล้วใครเสียประโยชน์?

คนที่เขียนคอนเทนต์จริงจังๆ อาจโดนเหมารวม และเหล่า "AI slop creators" ที่หากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเลี่ยงการตรวจจับได้เสมอ — มันคือเกมแมวไล่จับหนูที่ไม่มีวันจบ


ผมมองว่าการที่ LinkedIn กล้าออกปุ่มนี้มาเป็นก้าวที่ถูกต้องในทิศทางที่ควรไป อย่างน้อยมันก็เป็นการยอมรับว่าปัญหามันมีจริง และต้องการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการจัดการ แต่ผมยังไม่เห็น "กลไก" ที่ชัดเจนว่าหลังจากกดปุ่มแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น — และนั่นคือสิ่งที่บริษัทต้องรีบทำให้ชัดเจน ถ้าทำได้จริง มันจะเป็นการปฏิวัติวงการโซเชียลมีเดียครั้งใหญ่ แต่ถ้าทำแค่เป็น "ปุ่มระบายอารมณ์" แล้วปล่อยให้ขยะยังท่วมฟีดต่อไป ผมว่าไม่เกินปีคนก็จะเลิกกด แล้วกลับไปบ่นในทวิตเตอร์เหมือนเดิม



ยังมีเรื่องน่าคิดอีกอย่าง — การที่ปุ่มนี้มียอดใช้เป็นล้าน มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรม LinkedIn ที่ผ่านมา? เพราะถ้าคอนเทนต์ดีๆ มีมากพอ ผู้ใช้คงไม่ต้องพึ่งปุ่มรายงานขนาดนี้ แปลว่าที่ผ่านมา LinkedIn ปล่อยให้ขยะ AI มันท่วมแพลตฟอร์มมานานแค่ไหนแล้ว และกว่าจะออกมาตรการรับมือก็ปล่อยให้มันสะสมจนถึงจุดที่ผู้ใช้ต้องออกโรงเอง? นี่คือคำถามที่ผู้บริหารต้องตอบตัวเอง ไม่ใช่แค่ภูมิใจกับตัวเลขล้านครั้ง



💡

สรุปสั้นๆ — ปุ่มรายงาน AI slop มียอดใช้เป็นล้านคือสัญญาณที่ดีว่าคนเริ่มตื่นตัว แต่ถ้า LinkedIn ไม่มีระบบจัดการหลังบ้านที่จริงจังรองรับ มันก็จะจบลงเป็นเพียง "ปุ่มระบายอารมณ์" ที่ทำให้เรารู้สึกว่าทำอะไรสักอย่าง ทั้งที่ความจริงคือบริษัทกำลังใช้แรงงานฟรีจากผู้ใช้เพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองควรจัดการแต่แรก — ผมขอจับตาดูว่าอีกสามเดือนข้างหน้า ฟีด LinkedIn จะสะอาดขึ้นจริงหรือแค่เปลี่ยนรูปแบบขยะไปอีกแบบ



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#LinkedIn #AI #SocialMedia

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 6

กำลังโหลดความคิดเห็น...