“เราตื่นเต้นกับ AI กันจนลืมไปว่า ของที่เปลี่ยนโลกจริงๆ มันต้องทำให้คนธรรมดาใช้ได้แบบ "กดปุ่มแล้วไป" ไม่ใช่แค่คนที่จูน prompt เป็น”
เมื่อกี้เห็นคนตั้งคำถามเล่นๆ ว่า AI revolution มันจะมีอะไรที่เหมือน "Ford Model T" บ้างวะ คือรถรุ่นแรกๆ ที่ทำให้คนทั่วไปขับกันได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ของเล่นคนรวยหรือนักประดิษฐ์ เขาถามต่ออีกว่าอะไรจะ redefine หลายๆ วงการพร้อมๆ กันแบบที่รถยนต์เปลี่ยนทั้ง logistics การท่องเที่ยว โครงสร้างเมืองอะไรแบบนั้น ตอนแรกก็คิดว่าง่ายสิวะ ก็ต้องเป็นพวก autonomous agent ที่ทำงานแทนเราได้ทั้งวัน แต่พอคิดลึกลงไปแล้วเริ่มไม่แน่ใจ
จริงๆ ตอนนี้ที่เห็นกันเยอะคือ AI มันเก่งแบบ "เฉพาะทาง" เช่น เขียนโค้ดได้เก่งขึ้น แปลภาษาได้ดีขึ้น หรือสรุปเอกสารยาวๆ ได้ แต่ยังไม่มีอะไรที่ "general purpose" จริงๆ ขนาดที่ว่าคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีซักนิดสามารถเอาไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้แบบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เหมือนที่ปู่ย่าตายายเราขับรถเป็นแค่เพราะมันมีพวงมาลัยกับคันเร่ง ไม่ต้องรู้ว่ากลไกข้างในเป็นยังไง แล้ว Model T มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้การเดินทางกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนธรรมดา ไม่ใช่แค่ของคนมีเงินจ้างคนขับ
ส่วนตัวผมว่าตัวเต็งที่จะเป็น "Model T" ของ AI น่าจะเป็นพวก AI ที่สามารถ "วางแผนและลงมือทำ" แบบ end-to-end ได้เอง เช่น บอกว่า "จองร้านอาหารให้ที 5 คน เย็นวันศุกร์ งบไม่เกิน 2000 ต่อหัว แล้วแจ้งเตือนเพื่อนทุกคนในไลน์ด้วย" แล้วมันทำสำเร็จทั้งกระบวนการโดยไม่ต้องให้เรามาคอยยืนยันทีละขั้น จุดนั้นแหละที่จะพลิกวงการบริการทั้งหมด เพราะตอนนี้ AI มันยังเป็นแค่ "เครื่องยนต์" ที่ต้องมีคนขับเก่งๆ ประกอบร่างให้ มันยังไม่ใช่ "รถสำเร็จรูป" ที่ใครๆ ก็ขับเป็น
แต่สิ่งที่กังวลคือ ถ้ามันง่ายขนาดนั้นจริง มันจะยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ เพราะคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ครั้งแรกคงไม่ใช่คนทั่วไป แต่เป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานพร้อมอยู่แล้ว เหมือนตอนรถยนต์เพิ่งออกใหม่ๆ เศรษฐีต่างหากที่ได้เปรียบก่อน แล้วค่อยๆ แพร่หลายลงมา แล้วพวกเราที่เป็น "คนธรรมดา" ในกลุ่มนี้คิดว่ายังไง? คิดว่าอะไรคือตัวเปลี่ยนเกมตัวจริง หรือว่าเรากำลังจินตนาการกันไปเองว่า AI จะล้ำขนาดนั้น? แล้วถ้าต้องเดา ใครจะได้สร้าง "Model T" ของวงการนี้ก่อนกันระหว่าง OpenAI, Google หรือบริษัทเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก?
เมื่อกี้เห็นคนตั้งคำถามเล่นๆ ว่า AI revolution มันจะมีอะไรที่เหมือน "Ford Model T" บ้างวะ คือรถรุ่นแรกๆ ที่ทำให้คนทั่วไปขับกันได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ของเล่นคนรวยหรือนักประดิษฐ์ เขาถามต่ออีกว่าอะไรจะ redefine หลายๆ วงการพร้อมๆ กันแบบที่รถยนต์เปลี่ยนทั้ง logistics การท่องเที่ยว โครงสร้างเมืองอะไรแบบนั้น ตอนแรกก็คิดว่าง่ายสิวะ ก็ต้องเป็นพวก autonomous agent ที่ทำงานแทนเราได้ทั้งวัน แต่พอคิดลึกลงไปแล้วเริ่มไม่แน่ใจ
จริงๆ ตอนนี้ที่เห็นกันเยอะคือ AI มันเก่งแบบ "เฉพาะทาง" เช่น เขียนโค้ดได้เก่งขึ้น แปลภาษาได้ดีขึ้น หรือสรุปเอกสารยาวๆ ได้ แต่ยังไม่มีอะไรที่ "general purpose" จริงๆ ขนาดที่ว่าคนแก่ที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีซักนิดสามารถเอาไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้แบบไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เหมือนที่ปู่ย่าตายายเราขับรถเป็นแค่เพราะมันมีพวงมาลัยกับคันเร่ง ไม่ต้องรู้ว่ากลไกข้างในเป็นยังไง แล้ว Model T มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้การเดินทางกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนธรรมดา ไม่ใช่แค่ของคนมีเงินจ้างคนขับ
ส่วนตัวผมว่าตัวเต็งที่จะเป็น "Model T" ของ AI น่าจะเป็นพวก AI ที่สามารถ "วางแผนและลงมือทำ" แบบ end-to-end ได้เอง เช่น บอกว่า "จองร้านอาหารให้ที 5 คน เย็นวันศุกร์ งบไม่เกิน 2000 ต่อหัว แล้วแจ้งเตือนเพื่อนทุกคนในไลน์ด้วย" แล้วมันทำสำเร็จทั้งกระบวนการโดยไม่ต้องให้เรามาคอยยืนยันทีละขั้น จุดนั้นแหละที่จะพลิกวงการบริการทั้งหมด เพราะตอนนี้ AI มันยังเป็นแค่ "เครื่องยนต์" ที่ต้องมีคนขับเก่งๆ ประกอบร่างให้ มันยังไม่ใช่ "รถสำเร็จรูป" ที่ใครๆ ก็ขับเป็น
แต่สิ่งที่กังวลคือ ถ้ามันง่ายขนาดนั้นจริง มันจะยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ เพราะคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ครั้งแรกคงไม่ใช่คนทั่วไป แต่เป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานพร้อมอยู่แล้ว เหมือนตอนรถยนต์เพิ่งออกใหม่ๆ เศรษฐีต่างหากที่ได้เปรียบก่อน แล้วค่อยๆ แพร่หลายลงมา แล้วพวกเราที่เป็น "คนธรรมดา" ในกลุ่มนี้คิดว่ายังไง? คิดว่าอะไรคือตัวเปลี่ยนเกมตัวจริง หรือว่าเรากำลังจินตนาการกันไปเองว่า AI จะล้ำขนาดนั้น? แล้วถ้าต้องเดา ใครจะได้สร้าง "Model T" ของวงการนี้ก่อนกันระหว่าง OpenAI, Google หรือบริษัทเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก?
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...