“เมื่อคอมพิวเตอร์สนามไม่ใช่แค่ทนฝุ่นทนน้ำ แต่ต้องคิดวิเคราะห์เองได้ด้วย”
เพิ่งเห็นข่าวนี้เมื่อกี้แล้วสะดุดเลย คือมันมีแล็ปท็อปสายทนทานรุ่นนึงเพิ่งเปิดตัวมา ชื่อ Z14I-DX3 จาก Durabook ที่อยู่ใต้บริษัทแม่ Twinhead International Corporation แล้วไอ้ที่ทำให้ต้องหยุดอ่านคือมันยัดจอ Full HD มาให้ถึงสามจอในเครื่องเดียว ไม่ใช่ต่อจอนอกนะ แต่เป็นสามจอในตัวมันเลย แล้วเขาวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มประมวลผล AI ที่ขอบเครือข่ายระดับเวิร์กสเตชัน ไม่ใช่แค่แล็ปท็อปไว้เปิด Excel ในไซต์งานแบบที่เราเคยเข้าใจกัน
รายละเอียดที่ได้มาคือตัวเครื่องมี NPU ในตัว แถมมีการ์ดจอ NVIDIA ที่ให้พลังประมวลผลรวมกันระดับ 682 TOPS ซึ่งตัวเลขนี้สูงมากสำหรับเครื่องที่ต้องแบกไปกลางสนาม กลางฝุ่น กลางแดด คือเขาไม่ได้ขายแค่ความทนทานแบบเดิมๆ ที่แบรนด์นี้ทำอยู่แล้ว แต่ขายว่าเครื่องนี้ต้องคิดวิเคราะห์เองได้ด้วย ประมวลผล AI ได้ที่หน้างานเลย ไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปที่ศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์
ส่วนตัวมองว่านี่เป็นทิศทางที่ถูกต้องนะ เพราะงานภาคสนามจริงๆ อย่างสำรวจป่า ตรวจสอบท่อส่งน้ำมัน หรือหน่วยกู้ภัยในที่ห่างไกล มันไม่มีเน็ตให้ส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์อยู่แล้ว ถ้าเครื่องประมวลผลได้เองที่หน้างานมันก็ตอบโจทย์ แต่ที่กังขาคือ 682 TOPS เนี่ยมันกินไฟขนาดไหน แล้วแบตจะอยู่ได้กี่ชั่วโมงกันแน่ เพราะเครื่องทนทานที่ต้องแบกสามจอพร้อมการ์ดจอ NVIDIA มันไม่ใช่เครื่องเบาๆ แน่นอน แล้วราคามันจะขนาดไหน ใครจะซื้อได้จริงนอกจากหน่วยงานใหญ่หรือบริษัทที่มีงบ
อีกอย่างที่สงสัยคือ สามจอในเครื่องเดียวมันใช้งานจริงสะดวกหรือเปล่า หรือแค่ดูเท่ในสเปก ใครเคยใช้เครื่องทนทานแบบหลายจอบ้าง มันพังง่ายกว่าจอเดียวไหม แล้วเวลาอยู่กลางแดดจอสว่างพอมองเห็นไหม
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่า 1) คิดว่าแล็ปท็อปทนทานที่รัน AI ที่ขอบเครือข่ายแบบนี้มันตอบโจทย์งานจริงหรือเป็นแค่การตลาดขายสเปก 2) ถ้าให้เลือกระหว่างเครื่องทนทานที่รัน AI ได้เอง กับเครื่องธรรมดาแต่ส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ถูกกว่า พวกพี่จะเลือกแบบไหน
เพิ่งเห็นข่าวนี้เมื่อกี้แล้วสะดุดเลย คือมันมีแล็ปท็อปสายทนทานรุ่นนึงเพิ่งเปิดตัวมา ชื่อ Z14I-DX3 จาก Durabook ที่อยู่ใต้บริษัทแม่ Twinhead International Corporation แล้วไอ้ที่ทำให้ต้องหยุดอ่านคือมันยัดจอ Full HD มาให้ถึงสามจอในเครื่องเดียว ไม่ใช่ต่อจอนอกนะ แต่เป็นสามจอในตัวมันเลย แล้วเขาวางตำแหน่งตัวเองเป็นแพลตฟอร์มประมวลผล AI ที่ขอบเครือข่ายระดับเวิร์กสเตชัน ไม่ใช่แค่แล็ปท็อปไว้เปิด Excel ในไซต์งานแบบที่เราเคยเข้าใจกัน
รายละเอียดที่ได้มาคือตัวเครื่องมี NPU ในตัว แถมมีการ์ดจอ NVIDIA ที่ให้พลังประมวลผลรวมกันระดับ 682 TOPS ซึ่งตัวเลขนี้สูงมากสำหรับเครื่องที่ต้องแบกไปกลางสนาม กลางฝุ่น กลางแดด คือเขาไม่ได้ขายแค่ความทนทานแบบเดิมๆ ที่แบรนด์นี้ทำอยู่แล้ว แต่ขายว่าเครื่องนี้ต้องคิดวิเคราะห์เองได้ด้วย ประมวลผล AI ได้ที่หน้างานเลย ไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปที่ศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์
ส่วนตัวมองว่านี่เป็นทิศทางที่ถูกต้องนะ เพราะงานภาคสนามจริงๆ อย่างสำรวจป่า ตรวจสอบท่อส่งน้ำมัน หรือหน่วยกู้ภัยในที่ห่างไกล มันไม่มีเน็ตให้ส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์อยู่แล้ว ถ้าเครื่องประมวลผลได้เองที่หน้างานมันก็ตอบโจทย์ แต่ที่กังขาคือ 682 TOPS เนี่ยมันกินไฟขนาดไหน แล้วแบตจะอยู่ได้กี่ชั่วโมงกันแน่ เพราะเครื่องทนทานที่ต้องแบกสามจอพร้อมการ์ดจอ NVIDIA มันไม่ใช่เครื่องเบาๆ แน่นอน แล้วราคามันจะขนาดไหน ใครจะซื้อได้จริงนอกจากหน่วยงานใหญ่หรือบริษัทที่มีงบ
อีกอย่างที่สงสัยคือ สามจอในเครื่องเดียวมันใช้งานจริงสะดวกหรือเปล่า หรือแค่ดูเท่ในสเปก ใครเคยใช้เครื่องทนทานแบบหลายจอบ้าง มันพังง่ายกว่าจอเดียวไหม แล้วเวลาอยู่กลางแดดจอสว่างพอมองเห็นไหม
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่า 1) คิดว่าแล็ปท็อปทนทานที่รัน AI ที่ขอบเครือข่ายแบบนี้มันตอบโจทย์งานจริงหรือเป็นแค่การตลาดขายสเปก 2) ถ้าให้เลือกระหว่างเครื่องทนทานที่รัน AI ได้เอง กับเครื่องธรรมดาแต่ส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ถูกกว่า พวกพี่จะเลือกแบบไหน
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...