“ตัวเลข 30 เท่ามันสวยมาก แต่ถ้าเปลี่ยนจุดวัดผล ตัวเลขเดิมยังยืนได้ไหม”
เพิ่งอ่านเรื่องนี้มาแล้วสะดุดเลย คือช่วงนี้มีงาน Hot Chips ที่เขาเอาของใหม่ๆ มาขึ้นเวทีกัน แล้วมันเปลี่ยนไปเยอะมาก จากที่เมื่อก่อนทุกเจ้ามาโชว์ GPU ตัวเดียวๆ กัน ตอนนี้ไม่มีใครทำแบบนั้นแล้ว ทุกคนมาเป็นแร็คทั้งแร็คเลย แล้วมองชิปเป็นแค่ชิ้นส่วนหนึ่งในนั้นเท่านั้น ซึ่งพอเป็นแบบนี้ วิธีวัดผลมันก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่ดู FLOPS ต่อชิป กลายเป็นดูวัตต์ต่อแร็ค ต่อตู้ หรือต่อโรงงานไปเลย
แล้วเจ้าแรกที่ตีความใหม่ได้ชัดสุดก็คือ NVIDIA เขาประกาศว่าเป้าหมายของ Rubin ไม่ใช่ตัวเลข FLOPS แล้วนะ แต่เป็น "token revenue" คือวัดกันที่ tokens ต่อวินาที ต่อเมกะวัตต์ ณ ระดับ interactivity ที่กำหนดของคนใช้ แถมมีตัวชี้วัดประกอบอื่นๆ อีก แล้วเขาก็อ้างว่า Rubin แรงกว่า GB300 NVL72 ถึง 30 เท่าต่อเมกะวัตต์ ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่มีใครตรวจสอบได้
ส่วนตัวเราว่ามุมนี้มันน่าสนใจนะ เพราะมันสะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องประสิทธิภาพจริงๆ แต่ที่เรากังขาคือ ตัวเลข 30 เท่ามันวัดที่จุด interactivity ที่ NVIDIA เลือกเอง ถ้าเปลี่ยนจุดวัดล่ะ จะเหลือกี่เท่า อันนี้ไม่มีใครตอบได้ แล้วการที่ยังไม่มีใครตรวจสอบตัวเลขนี้มันก็ทำให้เราระแวงอยู่เหมือนกัน ว่ามันเป็นการตลาดหรือเปล่า หรือมันคือมาตรฐานใหม่ที่เราต้องทำความเข้าใจกันจริงๆ
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ เห็นด้วยไหมที่เขาวัดกันที่ tokens ต่อวินาที ต่อเมกะวัตต์ แทน FLOPS หรือว่ามันยังต้องรอให้มีคนอื่นตรวจสอบก่อนถึงจะเชื่อได้ แล้วถ้าเปลี่ยนจุดวัด interactivity ตัวเลข 30 เท่ามันจะยังยืนอยู่ไหม ใครมีมุมมองยังไงมาคุยกันหน่อย
เพิ่งอ่านเรื่องนี้มาแล้วสะดุดเลย คือช่วงนี้มีงาน Hot Chips ที่เขาเอาของใหม่ๆ มาขึ้นเวทีกัน แล้วมันเปลี่ยนไปเยอะมาก จากที่เมื่อก่อนทุกเจ้ามาโชว์ GPU ตัวเดียวๆ กัน ตอนนี้ไม่มีใครทำแบบนั้นแล้ว ทุกคนมาเป็นแร็คทั้งแร็คเลย แล้วมองชิปเป็นแค่ชิ้นส่วนหนึ่งในนั้นเท่านั้น ซึ่งพอเป็นแบบนี้ วิธีวัดผลมันก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่ดู FLOPS ต่อชิป กลายเป็นดูวัตต์ต่อแร็ค ต่อตู้ หรือต่อโรงงานไปเลย
แล้วเจ้าแรกที่ตีความใหม่ได้ชัดสุดก็คือ NVIDIA เขาประกาศว่าเป้าหมายของ Rubin ไม่ใช่ตัวเลข FLOPS แล้วนะ แต่เป็น "token revenue" คือวัดกันที่ tokens ต่อวินาที ต่อเมกะวัตต์ ณ ระดับ interactivity ที่กำหนดของคนใช้ แถมมีตัวชี้วัดประกอบอื่นๆ อีก แล้วเขาก็อ้างว่า Rubin แรงกว่า GB300 NVL72 ถึง 30 เท่าต่อเมกะวัตต์ ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่มีใครตรวจสอบได้
ส่วนตัวเราว่ามุมนี้มันน่าสนใจนะ เพราะมันสะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องประสิทธิภาพจริงๆ แต่ที่เรากังขาคือ ตัวเลข 30 เท่ามันวัดที่จุด interactivity ที่ NVIDIA เลือกเอง ถ้าเปลี่ยนจุดวัดล่ะ จะเหลือกี่เท่า อันนี้ไม่มีใครตอบได้ แล้วการที่ยังไม่มีใครตรวจสอบตัวเลขนี้มันก็ทำให้เราระแวงอยู่เหมือนกัน ว่ามันเป็นการตลาดหรือเปล่า หรือมันคือมาตรฐานใหม่ที่เราต้องทำความเข้าใจกันจริงๆ
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ เห็นด้วยไหมที่เขาวัดกันที่ tokens ต่อวินาที ต่อเมกะวัตต์ แทน FLOPS หรือว่ามันยังต้องรอให้มีคนอื่นตรวจสอบก่อนถึงจะเชื่อได้ แล้วถ้าเปลี่ยนจุดวัด interactivity ตัวเลข 30 เท่ามันจะยังยืนอยู่ไหม ใครมีมุมมองยังไงมาคุยกันหน่อย
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...