เมื่อวานนั่งเล่น Reddit อยู่ดีๆ ก็ไปสะดุดตากับกระทู้ใน r/ArtificialIntelligence หัวข้อประมาณว่า ถ้าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นทุกที เราจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบกระดาษกันอีกไหม ตอนแรกก็คิดว่าเป็นกระทู้แนวคิดปรัชญาเฉยๆ แต่พออ่านเข้าไปจริงๆ แล้วมันมีคนคอมเมนต์แย้งกับคำตอบของ ChatGPT ที่เจ้าของกระทู้เอามาแปะไว้ ซึ่งคำตอบนั้นมันคมมาก ตรงที่บอกว่าระบบดิจิทัลสร้างความเสี่ยงแบบที่กระดาษไม่เคยมี เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งเดียวสามารถเจาะข้อมูลเป็นล้านๆ เรคคอร์ดได้ในพริบตา ขณะที่การจะทำลายเอกสารกระดาษสักแผ่นมันต้องมีคนเดินเข้าไปเข้าถึงตัวเอกสารจริงๆ เท่านั้น ประเด็นมันทำให้ผมต้องหยุดคิดเลยครับ
คือลองคิดตามนะ สมมติแฮกเกอร์เจอช่องโหว่ของธนาคารหรือโรงพยาบาลทีเดียว ข้อมูลคนทั้งประเทศรั่วหมดในคืนเดียว แต่กระดาษน่ะต่อให้ขโมยไปก็ต้องขนเป็นรถสิบล้อ แถมยังต้องรู้ว่าจะเอาออกมาจากตึกยังไงอีกต่างหาก แต่อย่าลืมว่าตัวเลขมันก็บอกอยู่แล้วว่าโลกเรากำลังสร้างข้อมูลมหาศาลทุกวัน ถ้าจะกลับไปใช้กระดาษจริงๆ เราจะเอาที่ไหนเก็บเอกสารพวกนี้ หรือจะให้พนักงานออฟฟิศพิมพ์งานออกมาเป็นกองๆ แล้วเอาไปใส่ตู้เหล็กรอวันฝนตกน้ำท่วมเนี่ยนะ มันก็ดูเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ส่วนตัวผมว่าคำตอบของ ChatGPT มองถูกครึ่งเดียวครับ เพราะมันพูดถึงแค่ความเสี่ยงจากการโจมตี แต่ไม่ได้พูดถึงต้นทุนการดูแลเอกสารกระดาษที่มันก็แพงและเสี่ยงไม่แพ้กัน ทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม แมลงกิน หรือแค่คนทำหายทีละแผ่น ผมว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่จะเลือกกระดาษหรือดิจิทัล แต่คือเราออกแบบระบบดิจิทัลให้มันยืดหยุ่นและปลอดภัยพอหรือยัง เช่น การเข้ารหัสแบบ End-to-End หรือการแยกข้อมูลเป็นชิ้นๆ เก็บหลายที่ ถ้าเราทำแบบนั้นได้ มันก็น่าจะดีกว่าการหอบกระดาษกลับไปยุค 90 แน่นอน
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มดูครับ ใครคิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะเห็นไฟล์ PDF กลับกลายเป็นของล้าสมัยแล้วหันไปใช้สมุดบันทึกกับตู้เอกสารอีกไหม หรือว่าต่อให้เสี่ยงแค่ไหน เราก็ต้องฝังหัวกับดิจิทัลไปแล้วเพราะมันสะดวกเกินกว่าจะหันหลังกลับ แล้วถ้าจะให้เลือกเก็บข้อมูลสำคัญที่สุดในชีวิตไว้ที่เดียว ระหว่างฮาร์ดดิสก์ที่เข้ารหัสไว้ กับสมุดโน้ตที่เขียนด้วยลายมือ ใครเลือกแบบไหนกันบ้างครับ?
คือลองคิดตามนะ สมมติแฮกเกอร์เจอช่องโหว่ของธนาคารหรือโรงพยาบาลทีเดียว ข้อมูลคนทั้งประเทศรั่วหมดในคืนเดียว แต่กระดาษน่ะต่อให้ขโมยไปก็ต้องขนเป็นรถสิบล้อ แถมยังต้องรู้ว่าจะเอาออกมาจากตึกยังไงอีกต่างหาก แต่อย่าลืมว่าตัวเลขมันก็บอกอยู่แล้วว่าโลกเรากำลังสร้างข้อมูลมหาศาลทุกวัน ถ้าจะกลับไปใช้กระดาษจริงๆ เราจะเอาที่ไหนเก็บเอกสารพวกนี้ หรือจะให้พนักงานออฟฟิศพิมพ์งานออกมาเป็นกองๆ แล้วเอาไปใส่ตู้เหล็กรอวันฝนตกน้ำท่วมเนี่ยนะ มันก็ดูเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ส่วนตัวผมว่าคำตอบของ ChatGPT มองถูกครึ่งเดียวครับ เพราะมันพูดถึงแค่ความเสี่ยงจากการโจมตี แต่ไม่ได้พูดถึงต้นทุนการดูแลเอกสารกระดาษที่มันก็แพงและเสี่ยงไม่แพ้กัน ทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม แมลงกิน หรือแค่คนทำหายทีละแผ่น ผมว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่จะเลือกกระดาษหรือดิจิทัล แต่คือเราออกแบบระบบดิจิทัลให้มันยืดหยุ่นและปลอดภัยพอหรือยัง เช่น การเข้ารหัสแบบ End-to-End หรือการแยกข้อมูลเป็นชิ้นๆ เก็บหลายที่ ถ้าเราทำแบบนั้นได้ มันก็น่าจะดีกว่าการหอบกระดาษกลับไปยุค 90 แน่นอน
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มดูครับ ใครคิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะเห็นไฟล์ PDF กลับกลายเป็นของล้าสมัยแล้วหันไปใช้สมุดบันทึกกับตู้เอกสารอีกไหม หรือว่าต่อให้เสี่ยงแค่ไหน เราก็ต้องฝังหัวกับดิจิทัลไปแล้วเพราะมันสะดวกเกินกว่าจะหันหลังกลับ แล้วถ้าจะให้เลือกเก็บข้อมูลสำคัญที่สุดในชีวิตไว้ที่เดียว ระหว่างฮาร์ดดิสก์ที่เข้ารหัสไว้ กับสมุดโน้ตที่เขียนด้วยลายมือ ใครเลือกแบบไหนกันบ้างครับ?
ความคิดเห็น 2
กำลังโหลดความคิดเห็น...