“เงินเดือนคนใกล้ตัวเราเองนี่แหละที่เราควรระวังที่สุด เพราะพลาดทีเดียวกลายเป็นเราเอาเปรียบเขาโดยไม่รู้ตัว”
เพิ่งเห็นไอเดียหนึ่งมาเมื่อกี้แล้วแบบ อ้อ! ทำไมเราคิดไม่ถึงวะ คือมีคนนึงเล่าว่าเขากับเมียจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้าน ซึ่งแม่บ้านเค้าไม่ได้มาทำเวลาเดิมทุกวันนะ มาวันเว้นวันบ้าง มาบ่ายบ้าง ตามแต่เค้าสะดวก แค่ตกลงกันคร่าวๆ ว่าไม่มาก่อน 8 โมงเช้าและไม่มาวันเสาร์อาทิตย์ ปัญหาคือทั้งคู่ทำงานในบ้านด้วยกันทั้งคู่ แม่บ้านมากี่โมงออกกี่โมงก็ไม่รู้ ต้องจ่ายเงินทุก 2 อาทิตย์
ตอนแรกเขาก็จดใน spreadsheet แล้วเวลาเย็นก็ต้องไปเปิดกล้องวงจรปิดหน้าร้านเพื่อดูล็อกไทม์อีกที แถมยังต้องคิดเลข base-60 ด้วยนะ คือชั่วโมงคูณ 60 แล้วบวกนาที หาร 60 อะไรเงี้ย ฟังดูอาจจะไม่ยาก แต่ทำทุกครั้งที่จ่ายเงินมันก็พลาดง่ายมาก แล้วที่แย่กว่านั้นคือบางวันเขาลืมทำขั้นตอนนี้ ปรากฏว่าวิดีโอกล้องวงจรปิดมันถูกลบทิ้งไปตามรอบเวลาอัตโนมัติแล้ว กลายเป็นว่าวันนั้นไม่มีหลักฐานอะไรเลย เขาเลยต้องแก้เผื่อด้วยการปัดเศษเวลาเข้าข้างแม่บ้านไว้ก่อนเสมอ ซึ่งพอนานๆ ไปมันก็เป็นเงินจริงๆ นะ
สุดท้ายเขาเลยไปลงทุนกับ Claude ครั้งแรกในชีวิต (เขาบอกว่านี่คือการใช้ AI ครั้งแรกแบบเอาจริง) สร้างเว็บแอปเล็กๆ ด้วย Spring Boot + React ไปวางบน AWS แล้วเอาคือ iPad เครื่องเก่ามาตั้งเป็น kiosk ไว้ที่หน้าประตู ให้แม่บ้านจิ้มเข้า-ออกงานเอง มีหน้าจอ admin ให้เขาดูเวลาและคำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ ที่เจ๋งคือพอใช้ไปเรื่อยๆ มันมีความต้องการเพิ่มเติมเกิดขึ้นจริง เช่น อยากได้ notification เวลาแม่บ้านแตะบัตรเข้า หรืออยากฝากข้อความถึงแม่บ้านได้ตอนที่เขาติดประชุมอยู่ นี่แหละที่ทำให้โปรเจกต์มันโตจากของใช้ส่วนตัวกลายเป็นของสาธารณะ
ส่วนตัวผมว่ามันเป็นเคสที่น่าสนใจมากเพราะไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ "ความสัมพันธ์และความไว้ใจ" ด้วย การทำแบบนี้มันลดความอึดอัดทั้งสองฝ่าย แม่บ้านไม่ต้องมานั่งทักแชทมาบอกว่า "พี่คะวันนี้หนูมาถึงแล้วนะ" แล้วเราก็ไม่ต้องแอบดูกล้องวงจรปิดแบบรู้สึกผิดๆ แต่ในทางกลับกัน ผมก็อดคิดไม่ได้นะว่าการมีระบบตีบัตรแบบนี้มันจะทำให้บรรยากาศการทำงานมันแข็งเกินไปไหม? แม่บ้านบางคนอาจจะรู้สึกไม่ดีที่โดนจับเวลาทุกนาที แม้จะจ่ายเงินให้ครบก็เถอะ แล้วอีกอย่างคือเรื่อง privacy ของตัวแม่บ้านเองด้วย เขาให้ข้อมูลเราว่ามา-ออกเวลาไหนทุกวัน มันก็เหมือนเรากำลังเก็บข้อมูลคนๆ นึงไว้ในระบบโดยที่เขาไม่ได้เลือกเอง
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่า ถ้าบ้านไหนต้องจ้างคนมาช่วยงานบ้านหรือช่วยดูแลเด็ก เจอปัญหาเดียวกันนี้บ้างไหม? แล้วคิดว่าวิธีแก้แบบนี้โอเคไหม หรือว่าใครมีวิธีจัดการแบบอื่นที่มันรักษาน้ำใจกันได้มากกว่านี้? โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นฝ่ายลูกจ้างมาก่อน มองเรื่องนี้ยังไงบ้าง?
เพิ่งเห็นไอเดียหนึ่งมาเมื่อกี้แล้วแบบ อ้อ! ทำไมเราคิดไม่ถึงวะ คือมีคนนึงเล่าว่าเขากับเมียจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้าน ซึ่งแม่บ้านเค้าไม่ได้มาทำเวลาเดิมทุกวันนะ มาวันเว้นวันบ้าง มาบ่ายบ้าง ตามแต่เค้าสะดวก แค่ตกลงกันคร่าวๆ ว่าไม่มาก่อน 8 โมงเช้าและไม่มาวันเสาร์อาทิตย์ ปัญหาคือทั้งคู่ทำงานในบ้านด้วยกันทั้งคู่ แม่บ้านมากี่โมงออกกี่โมงก็ไม่รู้ ต้องจ่ายเงินทุก 2 อาทิตย์
ตอนแรกเขาก็จดใน spreadsheet แล้วเวลาเย็นก็ต้องไปเปิดกล้องวงจรปิดหน้าร้านเพื่อดูล็อกไทม์อีกที แถมยังต้องคิดเลข base-60 ด้วยนะ คือชั่วโมงคูณ 60 แล้วบวกนาที หาร 60 อะไรเงี้ย ฟังดูอาจจะไม่ยาก แต่ทำทุกครั้งที่จ่ายเงินมันก็พลาดง่ายมาก แล้วที่แย่กว่านั้นคือบางวันเขาลืมทำขั้นตอนนี้ ปรากฏว่าวิดีโอกล้องวงจรปิดมันถูกลบทิ้งไปตามรอบเวลาอัตโนมัติแล้ว กลายเป็นว่าวันนั้นไม่มีหลักฐานอะไรเลย เขาเลยต้องแก้เผื่อด้วยการปัดเศษเวลาเข้าข้างแม่บ้านไว้ก่อนเสมอ ซึ่งพอนานๆ ไปมันก็เป็นเงินจริงๆ นะ
สุดท้ายเขาเลยไปลงทุนกับ Claude ครั้งแรกในชีวิต (เขาบอกว่านี่คือการใช้ AI ครั้งแรกแบบเอาจริง) สร้างเว็บแอปเล็กๆ ด้วย Spring Boot + React ไปวางบน AWS แล้วเอาคือ iPad เครื่องเก่ามาตั้งเป็น kiosk ไว้ที่หน้าประตู ให้แม่บ้านจิ้มเข้า-ออกงานเอง มีหน้าจอ admin ให้เขาดูเวลาและคำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ ที่เจ๋งคือพอใช้ไปเรื่อยๆ มันมีความต้องการเพิ่มเติมเกิดขึ้นจริง เช่น อยากได้ notification เวลาแม่บ้านแตะบัตรเข้า หรืออยากฝากข้อความถึงแม่บ้านได้ตอนที่เขาติดประชุมอยู่ นี่แหละที่ทำให้โปรเจกต์มันโตจากของใช้ส่วนตัวกลายเป็นของสาธารณะ
ส่วนตัวผมว่ามันเป็นเคสที่น่าสนใจมากเพราะไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ "ความสัมพันธ์และความไว้ใจ" ด้วย การทำแบบนี้มันลดความอึดอัดทั้งสองฝ่าย แม่บ้านไม่ต้องมานั่งทักแชทมาบอกว่า "พี่คะวันนี้หนูมาถึงแล้วนะ" แล้วเราก็ไม่ต้องแอบดูกล้องวงจรปิดแบบรู้สึกผิดๆ แต่ในทางกลับกัน ผมก็อดคิดไม่ได้นะว่าการมีระบบตีบัตรแบบนี้มันจะทำให้บรรยากาศการทำงานมันแข็งเกินไปไหม? แม่บ้านบางคนอาจจะรู้สึกไม่ดีที่โดนจับเวลาทุกนาที แม้จะจ่ายเงินให้ครบก็เถอะ แล้วอีกอย่างคือเรื่อง privacy ของตัวแม่บ้านเองด้วย เขาให้ข้อมูลเราว่ามา-ออกเวลาไหนทุกวัน มันก็เหมือนเรากำลังเก็บข้อมูลคนๆ นึงไว้ในระบบโดยที่เขาไม่ได้เลือกเอง
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่า ถ้าบ้านไหนต้องจ้างคนมาช่วยงานบ้านหรือช่วยดูแลเด็ก เจอปัญหาเดียวกันนี้บ้างไหม? แล้วคิดว่าวิธีแก้แบบนี้โอเคไหม หรือว่าใครมีวิธีจัดการแบบอื่นที่มันรักษาน้ำใจกันได้มากกว่านี้? โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นฝ่ายลูกจ้างมาก่อน มองเรื่องนี้ยังไงบ้าง?
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...