เมื่อวานไปเจอกระทู้หนึ่งใน Ask HN มาครับ เค้าถามเรื่องการทำ budgeting ในธุรกิจ เรื่องมันสะดุดตาตรงที่เจ้าของกระทู้เค้าบอกว่า ปกติใช้แอพ budgeting ส่วนตัวกับแฟน แล้วตอนนี้แฟนเอาไปใช้กับธุรกิจเค้า ส่วนตัวเค้าเองก็กำลังจะเริ่ม incubate ธุรกิจใหม่ คิดว่าใช้แอพส่วนตัวไปก่อนก็พอเพราะมองว่าเป็นแค่งานอดิเรก แต่ประเด็นคือเค้ากำลังจะสร้างแอพสโตร์แอพที่ต้องมี UI/UX เยี่ยมมากก่อนที่ user คนแรกจะเห็น เลยต้องระดมทุน และเค้าเริ่มคิดว่าแอพ budgeting ส่วนตัวมันคงไม่ให้ insight เรื่อง transactions ของ payment platform, การ integrate กับ payroll, HR, benefits อะไรพวกนี้ได้แน่ๆ ซึ่งเค้าต้องการข้อมูลย้อนหลังเพื่อคุมทิศทางบริษัท เค้าคาดว่าจะมีทั้งลูกค้าองค์กรและรายบุคคล แต่ช่วงแรกๆ จะเป็นค่าใช้จ่าย R&D เป็นหลัก แต่ก็อยากวางแผนไว้ก่อนว่าเดี๋ยวมันจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน เค้าบอกว่าถ้ามันมี cash flow เป็นบวกและโตปีละ 200% การทำงบประมาณก็ง่าย แต่เค้าอยากวางแผนบนสมมติฐานว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น แล้วถามว่าชาว HN ใช้ตัวอะไรจัดการกันบ้าง
ส่วนตัวผมว่าคนโพสต์เค้าคิดถูกแล้วล่ะที่เริ่มสงสัยว่าแอพส่วนตัวมันไม่พอ แต่ผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมืออย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเราเข้าใจข้อมูลการเงินของธุรกิจตัวเองจริงๆ แค่ไหนด้วย แอพส่วนตัวอย่างพวก Personal Capital หรือ YNAB (อันนี้ผมเดาว่าเค้าน่าจะใช้แนวๆนี้) มันออกแบบมาเพื่อดูรายรับรายจ่ายประจำวัน มันไม่มีความสามารถในการมองภาพรวมของ burn rate, runway, หรือ unit economics ของแต่ละ product line หรอกครับ การจะเอาแอพพวกนี้ไปปั้นเป็น financial model สำหรับบริษัทที่จะมีทั้งรายได้จาก enterprise และ individual subscribers มันจะกลายเป็นว่าเราต้องมา export ข้อมูลออกไปทำเองใน Excel ตลกดีที่หลายคนมองข้ามจุดนี้ไป เพราะคิดว่าแค่เห็นตัวเลขรายวันก็พอแล้ว แต่พอธุรกิจมันซับซ้อนขึ้น ปัญหามันจะอยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลต่างหาก
ผมว่าสิ่งที่เค้าต้องการจริงๆ มันคือระบบที่ยืดหยุ่นพอจะปรับเปลี่ยนไปตามระยะของบริษัทได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายรับรายจ่าย แต่คือการที่เราสามารถตั้งสมมติฐาน ใส่ข้อมูลจริง แล้วดูว่าเราห่างจากเป้าแค่ไหน ซึ่งผมว่ามันเกินความสามารถของแอพส่วนตัวไปแล้ว และการที่เค้าคิดเผื่อไว้ก่อนว่ามันจะซับซ้อน ผมว่าดีแล้ว เพราะธุรกิจส่วนใหญ่พังเพราะเงินสดหมดก่อนที่จะถึงจุดที่กำไร ไม่ใช่เพราะขาดทุนอย่างเดียว แต่อย่าลืมว่าการเลือกเครื่องมือที่เท่มากๆ แต่เราไม่เข้าใจมันจริงๆ ก็เท่านั้นแหละ บางทีเริ่มจาก Excel หรือ Google Sheets ที่ทำเองให้เข้าใจทุกสูตร ก่อนจะไปลงทุนซื้อซอฟต์แวร์แพงๆ ก็อาจจะดีกว่า
สุดท้ายนี้ก็เลยอยากถามเพื่อนๆ ในบอร์ดว่า ตอนนี้ธุรกิจของใครใช้ตัวอะไรจัดการ budgeting กันอยู่บ้างครับ แล้วมีใครเคยเจอจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่า "เออ เราไม่สามารถใช้แอพส่วนตัวกับธุรกิจได้แล้ว" ตอนไหนกัน? หรือใครมีประสบการณ์เลือกใช้เครื่องมือสำหรับ startup ช่วง early stage ที่เพิ่งได้เงินลงทุนมาแล้วต้องเริ่มทำ financial planning อย่างจริงจังบ้าง มาแชร์กันหน่อยครับ อยากได้มุมมองที่หลากหลาย เพราะผมว่าคำตอบมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แล้วแต่ละแบบก็เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ไม่เหมือนกัน
ส่วนตัวผมว่าคนโพสต์เค้าคิดถูกแล้วล่ะที่เริ่มสงสัยว่าแอพส่วนตัวมันไม่พอ แต่ผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมืออย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเราเข้าใจข้อมูลการเงินของธุรกิจตัวเองจริงๆ แค่ไหนด้วย แอพส่วนตัวอย่างพวก Personal Capital หรือ YNAB (อันนี้ผมเดาว่าเค้าน่าจะใช้แนวๆนี้) มันออกแบบมาเพื่อดูรายรับรายจ่ายประจำวัน มันไม่มีความสามารถในการมองภาพรวมของ burn rate, runway, หรือ unit economics ของแต่ละ product line หรอกครับ การจะเอาแอพพวกนี้ไปปั้นเป็น financial model สำหรับบริษัทที่จะมีทั้งรายได้จาก enterprise และ individual subscribers มันจะกลายเป็นว่าเราต้องมา export ข้อมูลออกไปทำเองใน Excel ตลกดีที่หลายคนมองข้ามจุดนี้ไป เพราะคิดว่าแค่เห็นตัวเลขรายวันก็พอแล้ว แต่พอธุรกิจมันซับซ้อนขึ้น ปัญหามันจะอยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลต่างหาก
ผมว่าสิ่งที่เค้าต้องการจริงๆ มันคือระบบที่ยืดหยุ่นพอจะปรับเปลี่ยนไปตามระยะของบริษัทได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายรับรายจ่าย แต่คือการที่เราสามารถตั้งสมมติฐาน ใส่ข้อมูลจริง แล้วดูว่าเราห่างจากเป้าแค่ไหน ซึ่งผมว่ามันเกินความสามารถของแอพส่วนตัวไปแล้ว และการที่เค้าคิดเผื่อไว้ก่อนว่ามันจะซับซ้อน ผมว่าดีแล้ว เพราะธุรกิจส่วนใหญ่พังเพราะเงินสดหมดก่อนที่จะถึงจุดที่กำไร ไม่ใช่เพราะขาดทุนอย่างเดียว แต่อย่าลืมว่าการเลือกเครื่องมือที่เท่มากๆ แต่เราไม่เข้าใจมันจริงๆ ก็เท่านั้นแหละ บางทีเริ่มจาก Excel หรือ Google Sheets ที่ทำเองให้เข้าใจทุกสูตร ก่อนจะไปลงทุนซื้อซอฟต์แวร์แพงๆ ก็อาจจะดีกว่า
สุดท้ายนี้ก็เลยอยากถามเพื่อนๆ ในบอร์ดว่า ตอนนี้ธุรกิจของใครใช้ตัวอะไรจัดการ budgeting กันอยู่บ้างครับ แล้วมีใครเคยเจอจุดเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่า "เออ เราไม่สามารถใช้แอพส่วนตัวกับธุรกิจได้แล้ว" ตอนไหนกัน? หรือใครมีประสบการณ์เลือกใช้เครื่องมือสำหรับ startup ช่วง early stage ที่เพิ่งได้เงินลงทุนมาแล้วต้องเริ่มทำ financial planning อย่างจริงจังบ้าง มาแชร์กันหน่อยครับ อยากได้มุมมองที่หลากหลาย เพราะผมว่าคำตอบมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แล้วแต่ละแบบก็เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ไม่เหมือนกัน
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...