เมื่อกี้เลื่อนๆ เจอโพสต์นึงใน Dev.to AI เป็นข่าวจาก Lawmadi OS ลงวันที่ 2026-08-07 เห็นแล้วสะดุดตาตรงที่มันเป็น AI กฎหมายของเกาหลีใต้เต็มรูปแบบเลยว่ะ เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังเผื่อมีใครสนใจเรื่องนี้อยู่ มันไม่ได้เป็นแค่ข่าวเฉยๆ นะ เพราะในโพสต์เขาบอกว่าตัว Lawmadi OS เนี่ยเป็น AI legal operating system สำหรับกฎหมายเกาหลีโดยเฉพาะ มี AI agent เฉพาะทางถึง 60 โดเมนเลยทีเดียวที่คอยวิเคราะห์คำถาม แล้วที่เจ๋งกว่าคือทุกครั้งที่อ้างอิงมาตรา มันจะไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลกฎหมายทางการของเกาหลีใต้คือ law.go.kr แบบเรียลไทม์ ซึ่งผมว่าจุดนี้แหละที่น่าสนใจมากๆ
รายละเอียดในข่าวเขาบอกว่าหลักแหล่งข่าวมาจาก LawNext กับ Artificial Lawyer สองสำนักนี้ก็การันตีได้อยู่แหละว่าเรื่องจริง แต่ที่ผมสะดุดคือตัวเลข 60 โดเมนเนี่ยแหละ มันหมายความว่าเขาแยกย่อยกฎหมายออกเป็นหมวดๆ เยอะมาก เช่น กฎหมายแพ่ง อาญา ภาษี แรงงาน ฯลฯ แล้วมี agent เฉพาะทางดูแลแต่ละด้าน แทนที่จะเป็นแค่ chatbot ตัวเดียวตอบได้หมดแบบ ChatGPT ทั่วไป ซึ่งผมว่ามันต่างกันคนละระดับเลย เพราะเรื่องกฎหมายนี่ผิดนิดเดียวพลาดทั้งคดีได้
ส่วนตัวผมมองว่าแนวคิดนี้โคตรจะดีเลยสำหรับประเทศที่ระบบกฎหมายซับซ้อนแบบเกาหลีหรือไทยเรา แต่สิ่งที่ผมกังวลคือเรื่องการตีความ ไม่ใช่แค่การค้นหามาตราว่าเจอหรือไม่เจอ เพราะกฎหมายจริงๆ มันอยู่ที่การตีความบริบท คำพิพากษาศาลฎีกา หรือแม้แต่เจตนาของผู้ร่าง ซึ่ง AI ที่เทรนจากข้อมูลเดิมอาจไม่สามารถจับบริบทใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ อีกอย่างคือเรื่องภาษากฎหมายเกาหลีกับไทยก็คนละโครงสร้างกันสิ้นเชิง จะลอกโมเดลเขามาใช้ตรงๆ ก็คงไม่ได้ ต้องมีการเทรนใหม่หมด
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่า ถ้าวันไหนมีบริษัทไทยทำแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ เช่น มี AI agent แยกเป็น 60 โดเมนเหมือนเขา แล้วตรวจสอบมาตรากับ data center ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบเรียลไทม์ พวกเราจะกล้าใช้เป็นที่พึ่งหลักในการทำงานคดีมั้ย หรือว่าจะยังไง? แล้วคิดว่าอุปสรรคใหญ่สุดของบ้านเราคือเรื่องข้อมูลกฎหมายที่ไม่เป็นระบบ หรือเรื่องความเชื่อใจของทนายความกับผู้พิพากษากันแน่? อยากฟังความเห็นหลายๆ เสียงจริงๆ เพราะเรื่องนี้มันกระทบอาชีพเราโดยตรงเลยนะ
รายละเอียดในข่าวเขาบอกว่าหลักแหล่งข่าวมาจาก LawNext กับ Artificial Lawyer สองสำนักนี้ก็การันตีได้อยู่แหละว่าเรื่องจริง แต่ที่ผมสะดุดคือตัวเลข 60 โดเมนเนี่ยแหละ มันหมายความว่าเขาแยกย่อยกฎหมายออกเป็นหมวดๆ เยอะมาก เช่น กฎหมายแพ่ง อาญา ภาษี แรงงาน ฯลฯ แล้วมี agent เฉพาะทางดูแลแต่ละด้าน แทนที่จะเป็นแค่ chatbot ตัวเดียวตอบได้หมดแบบ ChatGPT ทั่วไป ซึ่งผมว่ามันต่างกันคนละระดับเลย เพราะเรื่องกฎหมายนี่ผิดนิดเดียวพลาดทั้งคดีได้
ส่วนตัวผมมองว่าแนวคิดนี้โคตรจะดีเลยสำหรับประเทศที่ระบบกฎหมายซับซ้อนแบบเกาหลีหรือไทยเรา แต่สิ่งที่ผมกังวลคือเรื่องการตีความ ไม่ใช่แค่การค้นหามาตราว่าเจอหรือไม่เจอ เพราะกฎหมายจริงๆ มันอยู่ที่การตีความบริบท คำพิพากษาศาลฎีกา หรือแม้แต่เจตนาของผู้ร่าง ซึ่ง AI ที่เทรนจากข้อมูลเดิมอาจไม่สามารถจับบริบทใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ อีกอย่างคือเรื่องภาษากฎหมายเกาหลีกับไทยก็คนละโครงสร้างกันสิ้นเชิง จะลอกโมเดลเขามาใช้ตรงๆ ก็คงไม่ได้ ต้องมีการเทรนใหม่หมด
เลยอยากถามเพื่อนๆ ในกลุ่มว่า ถ้าวันไหนมีบริษัทไทยทำแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ เช่น มี AI agent แยกเป็น 60 โดเมนเหมือนเขา แล้วตรวจสอบมาตรากับ data center ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบเรียลไทม์ พวกเราจะกล้าใช้เป็นที่พึ่งหลักในการทำงานคดีมั้ย หรือว่าจะยังไง? แล้วคิดว่าอุปสรรคใหญ่สุดของบ้านเราคือเรื่องข้อมูลกฎหมายที่ไม่เป็นระบบ หรือเรื่องความเชื่อใจของทนายความกับผู้พิพากษากันแน่? อยากฟังความเห็นหลายๆ เสียงจริงๆ เพราะเรื่องนี้มันกระทบอาชีพเราโดยตรงเลยนะ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...