“กล่องจิ๋ว 2 ลิตรที่เลือกค่ายชิปได้ ยิ่งตอกย้ำว่าเวิร์กสเตชัน AI กำลังเป็นของที่องค์กร "ต้องมี" ไม่ใช่ของเล่นสายเทคอีกแล้ว”
เพิ่งเห็นข่าวนี้มาแล้วสะดุดเลย คือ Honor เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI รุ่นใหม่ที่ชื่อ Tiangong AXB35 เป็นเดสก์ท็อปทรง SFF จิ๋วมาก วัดขนาดได้แค่ 70 × 192 × 203 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นปริมาตรประมาณ 2 ลิตรเท่านั้นเอง แค่ 2 ลิตรนะ คือนึกภาพกล่องนมไม่กี่กล่องวางบนโต๊ะ แต่ข้างในจะโหดแค่ไหนเดี๋ยวเล่าต่อ
จุดที่ทำให้ผมต้องหยุดอ่านคือมันเลือกฮาร์ดแวร์ได้สามแบบ คือจะรันบนชิปของ AMD, Intel หรือ NVIDIA ก็ได้ แล้ว Honor บอกว่าเจ้านี่ออกแบบมาให้รองรับงานตั้งแต่งานออฟฟิศระดับสูง ไปจนถึงการทำฐานความรู้ภายในองค์กร งาน AI inference และแอปพลิเคชันแบบ agentic คือไม่ใช่เครื่องสำหรับเล่นเกมหรือทำงานเอกสารทั่วไป แต่ตั้งใจวางเป็นเครื่องสำหรับงาน AI ในองค์กรโดยเฉพาะ
ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นสัญญาณชัดมากว่าเวิร์กสเตชัน AI กำลังกลายเป็นของที่องค์กรต้องมี ไม่ใช่ของเล่นของสายเทคอีกต่อไป เพราะการที่แบรนด์อย่าง Honor ซึ่งเดิมเรารู้จักในฐานะมือถือ ออกมาเล่นตลาดนี้เต็มตัว และยังยอมให้ลูกค้าเลือกสามค่ายชิปในเครื่องเดียว มันแปลว่าเขามองว่าตลาดนี้ยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน ทุกคนยังแย่งพื้นที่กันอยู่ แต่อีกมุมนึงผมก็กังขาว่าเครื่องจิ๋วขนาดนี้จะระบายความร้อนได้ดีแค่ไหนเวลารันงาน AI หนักๆ ต่อเนื่อง เพราะงาน inference กับ agentic มันกินไฟและกินสเปกไม่ใช่เล่น
ที่ผมยังไม่เห็นในข่าวคือราคากับสเปก CPU/GPU แบบละเอียด และรองรับหน่วยความจำได้สูงสุดเท่าไหร่ อันนี้สำคัญมากเพราะงาน AI องค์กรส่วนใหญ่ตายที่แรมไม่พอมากกว่าอย่างอื่น แล้วการเลือกได้สามค่ายจริงๆ มันหมายถึงเมนบอร์ดคนละแบบเลยใช่ไหม หรือใช้ socket เดียวกันได้ อันนี้อยากรู้จริงๆ
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่ามองเรื่องนี้ยังไง คิดว่าเวิร์กสเตชัน AI จิ๋วๆ แบบนี้จะตอบโจทย์องค์กรไทยได้จริงหรือแค่กระแส แล้วถ้าให้เลือกระหว่าง AMD กับ Intel กับ NVIDIA ในเครื่องเดียวแบบนี้ จะเลือกค่ายไหนเพราะอะไร ใครมีประสบการณ์รันงาน AI บนเครื่องขนาดเล็กแบบนี้มาแชร์หน่อยครับ
เพิ่งเห็นข่าวนี้มาแล้วสะดุดเลย คือ Honor เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI รุ่นใหม่ที่ชื่อ Tiangong AXB35 เป็นเดสก์ท็อปทรง SFF จิ๋วมาก วัดขนาดได้แค่ 70 × 192 × 203 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นปริมาตรประมาณ 2 ลิตรเท่านั้นเอง แค่ 2 ลิตรนะ คือนึกภาพกล่องนมไม่กี่กล่องวางบนโต๊ะ แต่ข้างในจะโหดแค่ไหนเดี๋ยวเล่าต่อ
จุดที่ทำให้ผมต้องหยุดอ่านคือมันเลือกฮาร์ดแวร์ได้สามแบบ คือจะรันบนชิปของ AMD, Intel หรือ NVIDIA ก็ได้ แล้ว Honor บอกว่าเจ้านี่ออกแบบมาให้รองรับงานตั้งแต่งานออฟฟิศระดับสูง ไปจนถึงการทำฐานความรู้ภายในองค์กร งาน AI inference และแอปพลิเคชันแบบ agentic คือไม่ใช่เครื่องสำหรับเล่นเกมหรือทำงานเอกสารทั่วไป แต่ตั้งใจวางเป็นเครื่องสำหรับงาน AI ในองค์กรโดยเฉพาะ
ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นสัญญาณชัดมากว่าเวิร์กสเตชัน AI กำลังกลายเป็นของที่องค์กรต้องมี ไม่ใช่ของเล่นของสายเทคอีกต่อไป เพราะการที่แบรนด์อย่าง Honor ซึ่งเดิมเรารู้จักในฐานะมือถือ ออกมาเล่นตลาดนี้เต็มตัว และยังยอมให้ลูกค้าเลือกสามค่ายชิปในเครื่องเดียว มันแปลว่าเขามองว่าตลาดนี้ยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน ทุกคนยังแย่งพื้นที่กันอยู่ แต่อีกมุมนึงผมก็กังขาว่าเครื่องจิ๋วขนาดนี้จะระบายความร้อนได้ดีแค่ไหนเวลารันงาน AI หนักๆ ต่อเนื่อง เพราะงาน inference กับ agentic มันกินไฟและกินสเปกไม่ใช่เล่น
ที่ผมยังไม่เห็นในข่าวคือราคากับสเปก CPU/GPU แบบละเอียด และรองรับหน่วยความจำได้สูงสุดเท่าไหร่ อันนี้สำคัญมากเพราะงาน AI องค์กรส่วนใหญ่ตายที่แรมไม่พอมากกว่าอย่างอื่น แล้วการเลือกได้สามค่ายจริงๆ มันหมายถึงเมนบอร์ดคนละแบบเลยใช่ไหม หรือใช้ socket เดียวกันได้ อันนี้อยากรู้จริงๆ
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่ามองเรื่องนี้ยังไง คิดว่าเวิร์กสเตชัน AI จิ๋วๆ แบบนี้จะตอบโจทย์องค์กรไทยได้จริงหรือแค่กระแส แล้วถ้าให้เลือกระหว่าง AMD กับ Intel กับ NVIDIA ในเครื่องเดียวแบบนี้ จะเลือกค่ายไหนเพราะอะไร ใครมีประสบการณ์รันงาน AI บนเครื่องขนาดเล็กแบบนี้มาแชร์หน่อยครับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...