“ลายน้ำที่มองไม่เห็น มันมีไว้จับคนโกง หรือจับคนที่แค่ใช้ AI ช่วยเขียนงานกันแน่”
เพิ่งเห็นข่าวนี้แล้วสะดุดเลย คือ OpenAI ประกาศเริ่มฝังลายน้ำแบบที่ตามองไม่เห็นลงในข้อความที่ ChatGPT กับ Codex สร้างออกมา ตัวลายน้ำมันเป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ ซ่อนอยู่ในเนื้อหา ไม่ได้โผล่มาเป็นตัวอักษรให้เรามองเห็นอะไรแบบนั้น แล้วรอบแรกนี้ก็จำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรปเท่านั้น ยังไม่แตะตลาดอื่นเลย ตอนแรกก็แบบ เอ๊ะ ทำไมต้องอียูก่อนด้วย
ที่จริงมันมีชื่อเรียกด้วยนะ OpenAI เรียกว่า textGrain ฟังชื่อแล้วก็เหมือนเทคโนโลยีเฉพาะทางเลย คือมันไม่ใช่การแปะข้อความว่า "เขียนโดย AI" ให้เห็นๆ แต่เป็นการฝังสัญญาณบางอย่างลงไปในตัวข้อความเลย แล้วถ้ามีเครื่องมือที่เหมาะสมก็ตรวจสอบได้ว่านี่คือข้อความที่ออกมาจาก ChatGPT หรือ Codex หรือเปล่า ซึ่งถ้าคิดดูดีๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกๆ ที่บริษัทระดับ OpenAI ยอมฝังกลไกตรวจสอบลงในผลลัพธ์ของตัวเองแบบเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นเดาเอาว่าข้อความไหน AI เขียน
ส่วนตัวมองว่านี่มันเป็นสัญญาณสำคัญของวงการเลยนะ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องเริ่มที่อียูก่อน คำตอบง่ายๆ ก็คงเป็นเรื่องกฎหมาย AI Act ของอียูที่เข้มเรื่องความโปร่งใสของระบบ AI อยู่แล้ว แต่คำถามคือถ้าเทคโนโลยีมันมีแล้วจริง ทำไมไม่ปล่อยให้ใช้ทั่วโลกไปเลย หรือมันยังไม่พร้อมพอที่จะสเกล หรือจริงๆ แล้ว OpenAI แค่ต้องการทำตามกฎหมายให้ผ่านๆ ไปก่อน อันนี้คือจุดที่กังวลที่สุด เพราะถ้าลายน้ำมันไม่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก มันก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้แค่บางภูมิภาค แล้วสุดท้ายคนที่อยากเลี่ยงก็แค่ใช้ VPN หรือไปใช้โมเดลอื่นที่ไม่ฝังลายน้ำแทน
อีกเรื่องที่คิดหนักคือ ลายน้ำแบบนี้มันมีไว้จับใครกันแน่ คนที่ตั้งใจใช้ AI เขียนงานวิชาการแล้วอ้างว่าเขียนเอง อันนี้ก็สมควรถูกจับ แต่คนที่แค่ใช้ AI ช่วยเกลาข้อความในอีเมลทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องมือ brainstorming แล้วโดนตรวจเจอว่ามีลายน้ำ ทั้งที่งานส่วนใหญ่คิดเอง เขียนเอง จะโดนผลกระทบอะไรไหม อันนี้ยังไม่ชัดเลย แล้วมันจะกลายเป็นว่าคนธรรมดาที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยงาน ต้องมานั่งกลัวว่าข้อความตัวเองจะมีลายน้ำติดไปด้วยหรือเปล่า
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่า คิดว่า textGrain เนี่ยมันจะกลายเป็นมาตรฐานจริงๆ ที่ทุกเจ้า adopt ตาม หรือจะจบแค่ทำตามกฎหมายอียูให้ผ่านๆ ไป แล้วถ้ามันแพร่มาถึงบ้านเรา คุณโอเคไหมที่จะมีลายน้ำซ่อนในข้อความที่คุณพิมพ์ทุกครั้ง หรือมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่อย่างน้อยก็มีกลไกตรวจสอบว่าใครใช้ AI เขียนงาน
เพิ่งเห็นข่าวนี้แล้วสะดุดเลย คือ OpenAI ประกาศเริ่มฝังลายน้ำแบบที่ตามองไม่เห็นลงในข้อความที่ ChatGPT กับ Codex สร้างออกมา ตัวลายน้ำมันเป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ ซ่อนอยู่ในเนื้อหา ไม่ได้โผล่มาเป็นตัวอักษรให้เรามองเห็นอะไรแบบนั้น แล้วรอบแรกนี้ก็จำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรปเท่านั้น ยังไม่แตะตลาดอื่นเลย ตอนแรกก็แบบ เอ๊ะ ทำไมต้องอียูก่อนด้วย
ที่จริงมันมีชื่อเรียกด้วยนะ OpenAI เรียกว่า textGrain ฟังชื่อแล้วก็เหมือนเทคโนโลยีเฉพาะทางเลย คือมันไม่ใช่การแปะข้อความว่า "เขียนโดย AI" ให้เห็นๆ แต่เป็นการฝังสัญญาณบางอย่างลงไปในตัวข้อความเลย แล้วถ้ามีเครื่องมือที่เหมาะสมก็ตรวจสอบได้ว่านี่คือข้อความที่ออกมาจาก ChatGPT หรือ Codex หรือเปล่า ซึ่งถ้าคิดดูดีๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกๆ ที่บริษัทระดับ OpenAI ยอมฝังกลไกตรวจสอบลงในผลลัพธ์ของตัวเองแบบเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นเดาเอาว่าข้อความไหน AI เขียน
ส่วนตัวมองว่านี่มันเป็นสัญญาณสำคัญของวงการเลยนะ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องเริ่มที่อียูก่อน คำตอบง่ายๆ ก็คงเป็นเรื่องกฎหมาย AI Act ของอียูที่เข้มเรื่องความโปร่งใสของระบบ AI อยู่แล้ว แต่คำถามคือถ้าเทคโนโลยีมันมีแล้วจริง ทำไมไม่ปล่อยให้ใช้ทั่วโลกไปเลย หรือมันยังไม่พร้อมพอที่จะสเกล หรือจริงๆ แล้ว OpenAI แค่ต้องการทำตามกฎหมายให้ผ่านๆ ไปก่อน อันนี้คือจุดที่กังวลที่สุด เพราะถ้าลายน้ำมันไม่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก มันก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้แค่บางภูมิภาค แล้วสุดท้ายคนที่อยากเลี่ยงก็แค่ใช้ VPN หรือไปใช้โมเดลอื่นที่ไม่ฝังลายน้ำแทน
อีกเรื่องที่คิดหนักคือ ลายน้ำแบบนี้มันมีไว้จับใครกันแน่ คนที่ตั้งใจใช้ AI เขียนงานวิชาการแล้วอ้างว่าเขียนเอง อันนี้ก็สมควรถูกจับ แต่คนที่แค่ใช้ AI ช่วยเกลาข้อความในอีเมลทำงาน หรือใช้เป็นเครื่องมือ brainstorming แล้วโดนตรวจเจอว่ามีลายน้ำ ทั้งที่งานส่วนใหญ่คิดเอง เขียนเอง จะโดนผลกระทบอะไรไหม อันนี้ยังไม่ชัดเลย แล้วมันจะกลายเป็นว่าคนธรรมดาที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยงาน ต้องมานั่งกลัวว่าข้อความตัวเองจะมีลายน้ำติดไปด้วยหรือเปล่า
เลยอยากถามเพื่อนๆ ว่า คิดว่า textGrain เนี่ยมันจะกลายเป็นมาตรฐานจริงๆ ที่ทุกเจ้า adopt ตาม หรือจะจบแค่ทำตามกฎหมายอียูให้ผ่านๆ ไป แล้วถ้ามันแพร่มาถึงบ้านเรา คุณโอเคไหมที่จะมีลายน้ำซ่อนในข้อความที่คุณพิมพ์ทุกครั้ง หรือมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่อย่างน้อยก็มีกลไกตรวจสอบว่าใครใช้ AI เขียนงาน
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...